<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378</id><updated>2011-08-21T09:28:07.365-07:00</updated><title type='text'>คณะรัฐศาสตร์  วิทยาลัยโปลีเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Political Science The Northeastern Polytechni</title><subtitle type='html'>เพื่อนๆ คณะรัฐศาสตร์ 2008 แสดงความคิดเห็นได้  ทุกคน เว็บนี้จัดทำขึ้นเพื่อเก็บข้อมูลไว้ศึกษาในระหว่างเรียนเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจใดๆทั้งสิ้น นักศึกษาวิทยาลัยโปลีเทคนิคทุกท่านสามารถ ส่งบทความมาโพสต์ได้... จาก เฉลียว บุระมาศ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>40</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-6953100902034531076</id><published>2011-02-15T21:37:00.000-08:00</published><updated>2011-02-15T21:39:05.428-08:00</updated><title type='text'>มาตรา 157 งดเว้น/ละเว้น</title><content type='html'>มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรานี้แยกการกระทำเป็น 2 ความผิด คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด&lt;br /&gt;คำว่า “โดยมิชอบ” หมายความถึง โดยมิชอบด้วยหน้าที่ซึ่งเจ้าพนักงานมีอยู่ตามกฎหมาย ดังเช่นคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1403/2521 ที่วินิจฉัยว่า “การกระทำโดยมิชอบนั้น เฉพาะตามหน้าที่ของเจ้าพนักงานนั้นโดยตรงที่ได้รับมอบให้มีหน้าที่นั้นๆ ถ้าการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติไม่เกี่ยวกับหน้าที่ของเจ้าพนักงานแล้ว ย่อมไม่มีความผิด”&lt;br /&gt;ถ้าการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ ไม่อยู่ในหน้าที่หรืออยู่ในหน้าที่แต่เป็นการกระทำที่ชอบด้วยหน้าที่โดยสุจริต ก็ไม่เป็นความผิด ดังนั้นถ้ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นก็เป็นการกระทำความผิดตามมาตรานี้&lt;br /&gt;องค์ประกอบของความผิดมาตรานี้อยู่ที่ มูลเหตุชักจูงใจ คือ “มีเจตนาพิเศษ” ที่ต้องการกระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งรวมถึงความเสียหายในทุกๆด้านโดยไม่จำกัดเฉพาะความเสียหายที่เป็นทรัพย์สินเท่านั้น เช่น ความเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเสียหายแก่เสรีภาพ เป็นต้น&lt;br /&gt;ตัวอย่างเช่น เจ้าพนักงานตำรวจจับผู้ที่กระทำผิดความฐานมีสุราผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง แล้วทำร้ายร่างกายผู้ถูกจับกุม การทำร้ายนี้ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจขณะจับกุม แต่เป็นทำร้ายหลังการจับกุมแล้ว จึงไม่มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292/2479) แต่ถ้า เป็นพนักงานสอบสวน ในระหว่างสอบสวนไปทำร้ายผู้ต้องหาเพราะไม่ยอมรับสารภาพ เช่นนี้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เมื่อเกิดความเสียหายแก่เขาย่อมมีความผิดตามมาตรานี้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1399/2508) หรือ เจ้าพนักงานมีหน้าที่ในการออกใบสุทธิจดเปลี่ยนแปลงข้อความไม่ตรงกับความจริงและผิดระเบียบ เพื่อให้เขานำไปแสดงต่อผู้บังคับบัญชาในการขอบำเหน็จความชอบนั้น เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายจึงมีความผิดตามมาตรานี้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 407-410/2509) เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต &lt;br /&gt;คำว่า “โดยทุจริต” ตามความหมายนี้ คือการใช้อำนาจในหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่นจากการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้น และที่สำคัญคือ “ต้องมีหน้าที่” คือ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัตินั้นต้องอยู่ในหน้าที่ ดังนั้นหากไม่อยู่ในหน้าที่หรืออยู่ในหน้าที่แต่ทำโดยชอบและโดยสุจริต ก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรานี้ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต สามารถพบได้ในหลายกรณี เช่นพนักงานที่ดินไม่โอนที่ดินตามคำสั่งนายอำเภอ โดยทุจริตและอาจเสียหายแก่ผู้อื่น (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 955/2512) เจ้าพนักงานเทศบาลมีหน้าที่เก็บเงินลักเอาใบเสร็จเก็บค่ากระแสไฟฟ้าซึ่งอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่อีกผู้หนึ่งไป เพื่อไปเรียกเก็บค่ากระแสไฟฟ้าแล้วเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 700/2503) หรือ นายตำรวจจับคนนำพลอยหนีภาษีไม่นำส่งดำเนินคดี เอาพลอยไว้เสียเอง เป็นการปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1677/2525)&lt;br /&gt;การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มีลักษณะคล้ายคลึงกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่มีข้อแตกต่างอยู่ที่ว่าการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบที่จะเป็นความผิดได้นั้น จะต้องเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หากการกระทำนั้นไม่เกิดความเสียหายแล้วย่อมจะไม่เป็นความผิดตามมารา 157 ในขณะที่การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตไม่ต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงว่าการกระทำนั้นมีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้อื่นเสียหายหรือไม่ แม้ไม่เกิดความเสียหายก็ยังคงถือว่าเป็นการกระทำความผิดได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุป&lt;br /&gt;จากที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า หลักการกระทำความผิดตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญานี้ ต้องมีองค์ประกอบดังนี้ ผู้กระทำต้องเป็นเจ้าพนักงาน และที่สำคัญต้องเป็นเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่กระทำการตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ และในการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้นเป็นการกระทำโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ดังนั้นหากขาดองค์ประกอบข้อใดข้อหนึ่งไปก็ไม่อาจถือได้ว่าเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ส่วนจะเป็นความผิดตามกฎหมายอื่นหรือไม่นั้น คงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สราวุธ เบญจกุล&lt;br /&gt;โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-6953100902034531076?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/6953100902034531076/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=6953100902034531076' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/6953100902034531076'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/6953100902034531076'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2011/02/157.html' title='มาตรา 157 งดเว้น/ละเว้น'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-2654677273720982784</id><published>2010-11-23T22:19:00.000-08:00</published><updated>2010-11-23T22:22:06.703-08:00</updated><title type='text'>โทษทางวินัยข้าราชการพลเรือน</title><content type='html'>วินัยและการดำเนินการทางวินัยข้าราชการพลเรือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความหมาย&lt;br /&gt;  วินัย  คือ  แบบแผนความประพฤติที่กำหนดให้ข้าราชการพลเรือนควบคุมตนเองและควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชาให้ประพฤติดี  ละเว้นการประพฤติปฏิบัติในทางไม่ชอบไม่ควร  นอกจากนี้ยังมีลักษณะเป็นจรรยาวิชาชีพของข้าราชการซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อธำรงศักดิ์ศรีของข้าราชการอีกด้วย  การกระทำใดที่เสื่อมเสียศักดิ์ศรีของตำแหน่งหน้าที่ราชการจึงอยู่ในขอบข่ายที่อาจผิดวินัยข้าราชการได้&lt;br /&gt;ความสำคัญ&lt;br /&gt;  ข้าราชการในฐานะที่เป็นตัวแทนของรัฐในการบริหารราชการเพื่อความผาสุกของประชาชน  วินัยข้าราชการพลเรือนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การปฏิบัติราชการมีประสิทธิภาพประสิทธิผล  วินัยจึงมีความสำคัญทั้งต่อทางราชการและต่อตัวข้าราชการเอง&lt;br /&gt;จุดมุ่งหมาย&lt;br /&gt;1. เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของราชการ&lt;br /&gt;2. เพื่อความเจริญมั่นคงของประเทศ&lt;br /&gt;3. เพื่อรักษาภาพพจน์ชื่อเสียงที่ดีของทางราชการ  &lt;br /&gt;4. เพื่อความผาสุกของประชาชน&lt;br /&gt;ผู้มีหน้าที่ในการรักษาวินัย&lt;br /&gt;1. ผู้บังคับบัญชา&lt;br /&gt;2. ข้าราชการทุกคน&lt;br /&gt;ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการรักษาวินัยของผู้ใต้บังคับบัญชา  3  แนวทาง  คือ&lt;br /&gt;1. เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีวินัยโดยการ&lt;br /&gt;- ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี&lt;br /&gt;- การฝึกอบรม&lt;br /&gt;- การสร้างขวัญและกำลังใจ&lt;br /&gt;- การจูงใจ&lt;br /&gt;- การอื่น&lt;br /&gt;2. ป้องกันมิให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัยโดยการ&lt;br /&gt;- เอาใจใส่&lt;br /&gt;- สังเกตการณ์&lt;br /&gt;- ขจัดเหตุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ปราบปรามผู้กระทำผิดวินัย&lt;br /&gt;- กรณีมีมูล  ให้ดำเนินการทางวินัยทันที&lt;br /&gt;- กรณีมีการกล่าวหาโดยปรากฏตัวผู้กล่าวหา  หรือมีกรณีเป็นที่สงสัยโดยยังไม่มีพยานหลักฐาน  ให้สืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้นก่อน&lt;br /&gt;      ผู้บังคับบัญชาละเลยหรือปฏิบัติโดยไม่สุจริต  ถือว่ากระทำผิดวินัย&lt;br /&gt;โทษทางวินัย&lt;br /&gt;  โทษทางวินัยมี  5  สถาน  คือ&lt;br /&gt;  ความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง&lt;br /&gt;1. ภาคทัณฑ์  เป็นโทษสำหรับกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อย  หรือมีเหตุอันควรลดหย่อน  &lt;br /&gt;ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษตัดเงินเดือน&lt;br /&gt;         นอกจากนี้  ในกรณีกระทำผิดวินัยเล็กน้อย  และมีเหตุอันควรงดโทษ  จะงดโทษให้&lt;br /&gt;โดยให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้&lt;br /&gt;         ผู้ถูกลงโทษภาคทัณฑ์  ไม่มีข้อห้ามไม่ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี  ดังนั้นหากผู้นั้น&lt;br /&gt;มีคุณสมบัติที่จะเลื่อนขั้นเงินเดือน  ก็อาจได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีได้&lt;br /&gt;2. ตัดเงินเดือน  เป็นการลงโทษตัดเงินเดือนเป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนและเป็น&lt;br /&gt;จำนวนเดือน  เช่น  ตัดเงินเดือน  5%  เป็นเวลา  2  เดือน  เมื่อพ้นเวลา  2  เดือนแล้วก็จะได้รับเงินเดือนตามปกติ&lt;br /&gt;         ผู้ถูกลงโทษตัดเงินเดือน  จะไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีในปีนั้น&lt;br /&gt;3. ลดขั้นเงินเดือน  เป็นการลดขั้นเงินเดือนของผู้นั้นลงเป็นจำนวนขั้นของเงินเดือน  เช่น&lt;br /&gt;ลดขั้นเงินเดือน  1  ขั้น  จาก  5,560  บาท  เป็น  5,260  บาท&lt;br /&gt;         ผู้ถูกลงโทษลดขั้นเงินเดือนจะไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีในปีนั้น&lt;br /&gt;  ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง&lt;br /&gt;4. ปลดออก  เป็นการลงโทษให้พ้นจากราชการ  โดยได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนผู้นั้น&lt;br /&gt;ลาออกจากราชการ&lt;br /&gt;5. ไล่ออก  เป็นการลงโทษให้พ้นจากราชการ  โดยไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ&lt;br /&gt;การลงโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ  จะต้องมีการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนว่า&lt;br /&gt;กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  แจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ  เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำสืบแก้ข้อกล่าวหา  และคณะกรรมการสอบสวนหรือผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  และส่งเรื่องให้  อ.ก.พ.จังหวัด  &lt;br /&gt;อ.ก.พ.กรม  หรือ  อ.ก.พ.กระทรวง  พิจารณามีมติให้ลงโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การดำเนินการทางวินัย&lt;br /&gt;1. การสอบสวน&lt;br /&gt;จุดมุ่งหมายของการสอบสวน  เพื่อ&lt;br /&gt;- ให้ได้ความจริงและยุติธรรม&lt;br /&gt;- เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงและนำสืบพยานหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา&lt;br /&gt;- เป็นหลักประกันความเป็นธรรมและความมั่นคงแก่ข้าราชการ&lt;br /&gt;2. การพิจารณาความผิดและกำหนดโทษ&lt;br /&gt;2.1 หลักการพิจารณาความผิด&lt;br /&gt;(1)  หลักนิติธรรม  คือการพิจารณาตามที่กฎหมายบัญญัติไว้&lt;br /&gt; -  ต้องมีกฎหมายกำหนดว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิด&lt;br /&gt; -  การกระทำนั้นต้องเข้าองค์ประกอบความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติ&lt;br /&gt;    ไว้ทุกประการ&lt;br /&gt; -  เมื่อการกระทำเข้าองค์ประกอบเป็นความผิดตามมาตราใด  ก็ปรับบท&lt;br /&gt;    เป็นความผิดตามมาตรานั้น&lt;br /&gt;(2)  หลักมโนธรรม  คือการพิจารณาโดยคำนึงถึงความเป็นจริง  ถูกต้อง เหมาะสม&lt;br /&gt;ตามเหตุผลที่ควรจะเป็น&lt;br /&gt;2.2 หลักการกำหนดโทษ&lt;br /&gt;(1)  หลักนิติธรรม  คือการกำหนดโทษในกรอบกฎหมายบัญญัติไว้&lt;br /&gt;(2)  หลักมโนธรรม  คือการพิจารณากำหนดโทษ  โดยคำนึงถึงความเป็นจริง&lt;br /&gt;ถูกต้องเหมาะสม  ตามเหตุผลที่ควรจะเป็น  โดยคำนึงถึง&lt;br /&gt;    -  ลักษณะการกระทำผิด&lt;br /&gt;    -  ผลของการกระทำผิด&lt;br /&gt;    -  คุณความดีของผู้กระทำผิด&lt;br /&gt;    -  การให้โอกาสแก้ไขความประพฤติ&lt;br /&gt;    -  เหตุเบื้องหลังการกระทำผิด&lt;br /&gt;    -  สภาพของผู้กระทำผิด&lt;br /&gt;   (3)  หลักความเป็นธรรม  กำหนดโทษโดยคำนึงถึงความเท่าเทียบเสมอหน้า&lt;br /&gt;    -  ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง&lt;br /&gt;    -  ความผิดอย่างเดียวกันควรกำหนดโทษใกล้เคียงกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    (4)  หลักนโยบายของทางราชการ  การกำหนดโทษข้าราชการควรคำนึงถึง&lt;br /&gt;นโยบายของข้าราชการด้วย&lt;br /&gt;  3.  การลงโทษทางวินัย  การลงโทษเป็นมาตรการอันหนึ่งที่ใช้ในการรักษาวินัย  ซึ่งเป็น&lt;br /&gt;มาตรการในทางปราบปรามผู้กระทำผิด  ทั้งนี้  โดยมิได้มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นการตอบโต้หรือแก้แค้นต่อ&lt;br /&gt;ผู้กระทำผิด  แต่มีจุดมุ่งหมาย  ดังนี้&lt;br /&gt;      (1)  เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายหรือระเบียบแบบแผน&lt;br /&gt;      (2)  เพื่อรักษามาตรฐานความประพฤติ  ขวัญ  และสมรรถภาพของข้าราชการ&lt;br /&gt;      (3)  เพื่อจูงใจให้ข้าราชการปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น&lt;br /&gt;      (4)  เพื่อรักษาชื่อเสียงของทางราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อทางราชการ&lt;br /&gt;  การลงโทษทางวินัยต้องดำเนินการตามขบวนการของกฎหมาย  เช่น  ต้องมีการสอบสวน&lt;br /&gt;ทางวินัย  กรณีที่เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงต้องมีการแต่งตั้งกรรมการสอบสวน  แจ้งข้อกล่าวหา  และ&lt;br /&gt;สรุปพยานหลักฐานเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ  และให้โอกาสนำพยานเข้าสืบแก้ข้อกล่าวหา  ต้องนำเรื่อง&lt;br /&gt;เสนอ  อ.ก.พ.จังหวัด  อ.ก.พ.กรม  หรือ  อ.ก.พ.กระทรวง  แล้วแต่กรณี&lt;br /&gt;4.  การดำเนินการระหว่างการสอบสวนพิจารณาทางวินัย&lt;br /&gt;     -  การพักราชการ&lt;br /&gt;     -  การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน&lt;br /&gt;5.  การอุทธรณ์และร้องทุกข์&lt;br /&gt;     การอุทธรณ์  เป็นหลักประกันความเป็นธรรมแก่ข้าราชการที่ถูกลงโทษทางวินัย  &lt;br /&gt;โดยผู้ถูกลงโทษทางวินัยอาจอุทธรณ์ต่อ  อ.ก.พ.จังหวัด  อ.ก.พ.กรม  อ.ก.พ.กระทรวง  หรือ  ก.พ. ได้&lt;br /&gt;ตามมาตรา  125  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535  ประกอบด้วยกฎ  ก.พ.&lt;br /&gt;ฉบับที่  16  (พ.ศ.2540)  ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์&lt;br /&gt;       การร้องทุกข์  เป็นหลักประกันความเป็นธรรมแก่ข้าราชการ  มี  2  กรณี&lt;br /&gt;1. กรณีถูกสั่งให้ออกจากราชการ&lt;br /&gt;ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการอาจร้องทุกข์ต่อ  ก.พ. ได้  ตามมาตรา  129  แห่งพระราช&lt;br /&gt;บัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535  และมาตรา  126  ประกอบด้วยกฎ  ก.พ.  ฉบับที่  16 (พ.ศ.2540)&lt;br /&gt;โดยอนุโลม&lt;br /&gt;2. กรณีอื่น&lt;br /&gt;เมื่อข้าราชการเห็นว่าผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่ปฏิบัติต่อตนโดยไม่ถูกต้องหรือไม่&lt;br /&gt;ปฏิบัติต่อตนให้ถูกต้องตามกฎหมาย  หรือมีความคับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาต่อตน&lt;br /&gt;ในกรณีตามที่กำหนดในกฎ  ก.พ. อาจร้องทุกข์ต่อ  อ.ก.พ.จังหวัด  อ.ก.พ.กรม  อ.ก.พ.กระทรวง  หรือ  ก.พ.ได้    &lt;br /&gt;ตามกฎ  ก.พ. ฉบับที่  17  (พ.ศ.2540)  ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์  ขอให้แก้ไข&lt;br /&gt;การปฏิบัติไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย  หรือกฎ  ก.พ. ฉบับที่  22  (พ.ศ.2543)  ว่าด้วยกรณีที่อาจ&lt;br /&gt;ร้องทุกข์  การร้องทุกข์  และการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ขอให้แก้ไขหรือแก้ความคับข้องใจ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-2654677273720982784?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/2654677273720982784/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=2654677273720982784' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2654677273720982784'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2654677273720982784'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2010/11/blog-post.html' title='โทษทางวินัยข้าราชการพลเรือน'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-419165040780549966</id><published>2010-10-05T03:21:00.000-07:00</published><updated>2010-10-05T03:37:40.438-07:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>http://nrctri.nrct.go.th/research2.php?id=220&lt;a href="http://nrctri.nrct.go.th/research2.php?id=220"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;http://www.riclib.nrct.go.th/&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-419165040780549966?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/419165040780549966/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=419165040780549966' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/419165040780549966'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/419165040780549966'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2010/10/httpnrctri.html' title=''/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-6088626243462551456</id><published>2010-07-05T23:00:00.000-07:00</published><updated>2010-07-05T23:01:39.502-07:00</updated><title type='text'>โรควัวบ้า น่ารู้</title><content type='html'>&lt;strong&gt;โรควัวบ้าคืออะไร &lt;/strong&gt;                                                                                                                                   7/6/2010&lt;br /&gt;โรควัวบ้าBovine Spongiform Encephalopathy (BSE) เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับระบบประสาทของวัว เกิดจากสารโปรตีนตัวหนึ่งที่เรียกว่า prion โดยเกิดการระบาดในประเทศอังกฤษเมื่อปี 1986 พบวัวเสียชีวิตจากโรคนี้จำนวน 168000  ตัว เกิดจากวัวเหล่านี้ได้รับเนื้อและกระดูกป่นจากแพะที่ตายจากโรค scrapie-containing sheep ซึ่งมีสาร prion&lt;br /&gt; สำหรับในคนพบว่ามีโรคที่ลักษณะคล้าย BSE คือโรค&lt;br /&gt;Creutzfeldt-Jakob disease (CJD) หรือสมองฝ่อพบได้ไม่บ่อย แต่เป็นแล้วเสียชีวิตทุกราย เป็นโรคที่สมองฝ่อมักเป็นตอนอายุ 50-70 ปีและผู้ป่วยส่วนใหญ่เสียชีวิตในหนึ่งปี อาการจะเริ่มด้วยความจำเสื่อม พฤติกรรมเปลี่ยนไป เครียด มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น เมื่อโรคดำเนินต่อผู้ป่วยจะมีอาการอาการสับสน ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหว ตาบอด กล้ามเนื้ออ่อนแรง โคม่า และเสียชีวิตในที่สุดพบประมาณ 1/1000000 คน&lt;br /&gt;พบโรควัวบ้าในคนบ้างหรือไม่&lt;br /&gt;ในประเทศอังกฤษพบโรค new variant CJD ประมาณ 10 คนซึ่งต่างจาก CJD คือเกิดในคนที่อายุน้อยกว่า(อายุเฉลี่ย 28 ปี)จะมีอาการทางจิตใจ เช่นสับสน นอนไม่หลับ บุคลิกเปลี่ยน กลัวง่าย ส่วนอาการทางระบบประสาทเช่นเดินเซ ความจำเสื่อมหรือกระตุกของแขนขาพบระยะหลังของโรค ระยะที่เป็นโรคประมาณ 9 เดือนจึงเสียชีวิต ส่วนของสมองที่มีรูพรุนคือส่วนของ basal ganglia  cerebellum และ thalamus นอกจากนี้ยังได้นำ prion ของ โรค BSE และ prion จากโรค nv CJD มาวิเคราะห์พบว่าโครงสร้างเหมือนกันทำให้เชื่อว่าคนเป็นโรครับประทานสาร prion จากผลิตภัณฑ์ของวัว&lt;br /&gt; CJD ที่เกิดในคนสมองจะมีลักษณะเป็นรูพรุนหรือฟองน้ำ ซึ่งลักษณะนี้พบได้ในโรควัวบ้าที่เกิดกับ วัว แกะและแพะ&lt;br /&gt;โรควัวบ้าพบในประเทศไหนบ้าง&lt;br /&gt;นอกจากอังกฤษแล้วยังพบโรควัวบ้าที่ประเทศ ฝรั่งเศส โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ โอมาน อิตาลี เดนมาร์ก แคนาดา เยอรมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเป็นโรควัวบ้าได้กี่วิธี&lt;br /&gt;จากระบาดวิทยาคนสามารถเป็นโรควัวบ้าได้ 3 วิธี&lt;br /&gt;Sporadic Creutzfeldt-Jakob Disease หมายถึงคนเป็นโรควัวบ้าโดยที่ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร &lt;br /&gt;Inherited Creutzfeldt-Jakob Disease ผู้ป่วยมักจะมีประวัติครอบครัวโดยมีการกลายพันธ์ของพันธุกรรมพบในประเทศ ชิลี &lt;br /&gt;Creutzfeldt-Jakob Disease Through Infection แม้ว่าโรคนี้จะมีสาเหตุจาก prion แต่สมาชิกในครอบครัวก็ไม่ต้องกลัวเพราะไม่สามารถติดต่อโดยการสัมผัส ผู้ป่วยส่วนหนึ่งได้รับเชื้อจากการผ่าตัดเปลี่ยนแก้วตา การผ่าตัดใส่ dura mater  การฉีดฮอร์โมนที่เตรียมจากสมอง ที่ประเทศอังกฤษเริ่มพบโรควัวบ้าในวัวตั้งแต่ปี 1986 โดยวัวเหล่าไดรับอาหารโปรตีนจากซากแพะที่เป็นโรค scrapie-infected sheep ปี 1990-1994 พบว่ามีอัตราการเพิ่มของโรควัวบ้าในอังกฤษ 2 เท่านอนจากนั้นยังพบผู้ป่วยโรควัวบ้า 10 คนที่มีอายุน้อยกว่า 42 ปี 5 คนมีความสัมพันธ์กับเนื้อวัว จึงเชื่อว่าเกิดจากการรับประทานเนื้อวัวที่เป็นโรค &lt;br /&gt;อาการของโรควัวบ้าเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;อาการเริ่มแรกจะสังเกตว่าคนใกล้ชิดง่วงนอน เบื่ออาหาร เมื่อยล้า ผู้ป่วยจะแยกตัวออกจากสังคม ไม่สนใจตัวเอง ต่อมามีความจำเสียเช่นจำชื่อญาติสนิทไม่ได้ จำเบอร์โทรไม่ได้  ต่อไปจะซึมเศร้า และสับสนอารมณ์จะหวั่นไหว ผู้ป่วยจะพูดลำบากมีอาการนอนไม่หลับ  ผู้ป่วยจะมีอาการจะบังคับกล้ามเนื้อให้ประสานกันลำบาก มือสั่น ทรงตัวไม่ได้ หกล้มบ่อย และการตัดสินใจผิดไปและมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ผู้ป่วยมักจะมีปัญหาเรื่องนอนหลับทั้งวันและมีการกระตุกของแขนขา (myoclonus )ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม และซึมเศร้า ตลอดการเจ็บป่วยจะไม่มีไข้ ระยะท้ายของโรคขึ้นผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ มีการกระตุกของกล้ามเนื้อที่เรียกว่า myoclonus ตาบอด ไม่สามารถพูด coma นอนบนเตียง ไม่สามารถกลืนอาหารและเสียชีวิตบางรายเสียชีวิตตั้งแต่เริ่มเกิดอาการจนเสียชีวิตใช้เวลา ปีครึ่ง- สอง ปี&lt;br /&gt;การวินิจฉัยโรควัวบ้า&lt;br /&gt;โรคนี้มีปัญหาในการวินิจฉัยยังไม่การทดสอบใดที่สามารถจะวินิจฉัยโรคได้ เมื่อแพทย์สงสัยโรคนี้แพทย์จะตรวจหาโรคที่รักษาได้ เช่น สมองอักเสบ [encephalitis] เยื่อหุ้มสมองอักเสบ [meningitis] แพทย์จะตรวจตามขั้นตอน &lt;br /&gt;ตรวจร่างกายโดยละเอียด &lt;br /&gt;เจาะไขสันหลังเพื่อนำน้ำไขสันหลังมาตรวจ &lt;br /&gt;ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง electroencephalogram (EEG) &lt;br /&gt;ตรวจ Computerized tomography ของสมอง &lt;br /&gt;การวินิจฉัยมักได้หลังจากผู้ป่วยเสียชีวิตโดยการตัดชิ้นเนื้อสมองตรวจ หรือตรวจสมองทั้งอันซึ่งจะมีลักษณะเป็นรูพรุนเหมือนฟองน้ำ&lt;br /&gt;การรักษาโรควัวบ้า &lt;br /&gt;ยังไม่มีวิธีการรักษาที่ได้ผล การรักษาเป็นแค่บรรเทาอาการเท่านั้น&lt;br /&gt;สาเหตุของโรควัวบ้า&lt;br /&gt;ไม่ใช่ทั้งเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งเรียก prion ไม่มี DNA หรือ RNA ทำลายได้ยาก โปรตีน prion อาจจะได้รับจากสัตว์ หรืออาจจะเกิดกลายพันธ์ [mutation]ได้เอง&lt;br /&gt;Spongiform Encephalopathy Advisory Committee (SEAC) ของประเทศอังกฤษแนะนำว่าน้ำนมไม่ทำให้ความเสี่ยงของโรค BSE เพิ่มขึ้น &lt;br /&gt;การได้รับฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง pituitary-derived hormones เช่น ฮอร์โมนที่ช่วยในการเติบโต Pituitary-derived growth hormone และฮอร์โมนที่ใช้ในคลินิกที่มีบุตรยาก pituitary derived gonadotrophins จะทำให้เกิดโรค CJD เพิ่ม &lt;br /&gt;การผ่าตัดเปลี่ยนแก้วตาจากคนที่เป็นโรคทำให้คนที่ได้รับแก้วตาเป็นโรควัวบ้าได้ &lt;br /&gt;จนกระทั่งขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าการให้เลือดจะเพิ่มอัตราของการเกิดโรค nv CJD ก็ตามแนะนำว่าไม่ควรรับบริจาคเลือดกับกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเช่น ผู้ที่เคยได้รับ Pituitary-derived growth hormone,pituitary derived gonadotrophins &lt;br /&gt;การติดต่อ&lt;br /&gt;CJD ไม่ใช่โรคติดต่อทางอากาศ การสัมผัสปกติ เช่นการจับมือ ก็ไม่ติดต่อ ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยก็ไม่มีอัตราการติดเชื้อมากกว่าปกติ แต่อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส สมอง หรือน้ำไขสันหลัง ในยุโรปพบโรควัวบ้าในผู้ป่วยอายุน้อยเชื่อว่าเกิดจากการรับประทานเนื้อวัวที่มีเชื้อนี้อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การป้องกันโรค &lt;br /&gt;เนื่องจากเชื้อโรคนี้ไม่สามารถถูกทำลายโดยวิธีการต้ม นึ่งหรือการใช้วิธีใดๆดังนั้นผู้ที่ทำงานกับผู้ป่วยต้องป้องกันดังนี้ &lt;br /&gt;ล้างมือ หรือผิวหนังส่วนที่สัมผัสกับผู้ป่วยก่อนดื่มน้ำ หรือสูบบุหรี่ &lt;br /&gt;ปิดแผลด้วยวัสดุกันน้ำ &lt;br /&gt;สวมถุงมือเมื่อต้องจับผู้ป่วย &lt;br /&gt;ให้ใช้เสื้อผ้า หรือกระโถนที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งทำลาย แต่ถ้าไม่มีให้แช่ chlorine เข็มข้นมากกว่า 1 ชั่วโมง &lt;br /&gt;สวมผ้ากันจมูก หรือแว่นตาเมื่อต้องตรวจพิเศษและอาจจะมีการกระเด็นของเลือดหรือน้ำเหลือง &lt;br /&gt;เครื่องมือให้แช่ chlorine เข้มข้นและอบ autoclave &lt;br /&gt;ผู้ทีสงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ห้ามบริจาคเลือดหรืออวัยวะ &lt;br /&gt; อวัยวะส่วนไหนของวัวที่เป็นโรคหากรับประทานแล้วมีโอกาสติดเชื้อได้สูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาสาร prion จากวัวที่เป็นโรคฉีดเข้าสมองหนูแล้วดูว่ามีการเป็นโรคสมองฝ่อหรือไม่ผลสรุปพบว่า ส่วนสมอง ไขสันหลังspinal cord และจอประสาทตา retina จะทำให้เกิดการติดเชื้อในสมองหนู อวัยวะส่วนอื่นยังไม่พบว่าหลังจากฉีดแล้วหนูไม่ติดเชื้อดังตารางข้างล่าง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-6088626243462551456?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/6088626243462551456/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=6088626243462551456' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/6088626243462551456'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/6088626243462551456'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2010/07/blog-post_6718.html' title='โรควัวบ้า น่ารู้'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-604108831332722807</id><published>2010-07-05T22:58:00.000-07:00</published><updated>2010-07-05T23:00:13.808-07:00</updated><title type='text'>คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน</title><content type='html'>&lt;strong&gt;คณะรัฐมนตรี ชุดปัจจุบัน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;นายกรัฐมนตรี      นายอภิสิทธิ์          เวชชาชีวะ &lt;br /&gt;รองนายกรัฐมนตรี     นายสุเทพ            เทือกสุบรรณ &lt;br /&gt;นายไตรรงค์         สุวรรณคีรี &lt;br /&gt;พลตรี สนั่น          ขจรประศาสน์ &lt;br /&gt;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี   นายสาทิตย์             วงศ์หนองเตย &lt;br /&gt;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ิ  นายวีระชัย              วีระเมธีกุล &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม   พลเอกประวิตร        วงษ์สุวรรณ &lt;br /&gt; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง   นายกรณ์             จาติกวณิช &lt;br /&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง   นายประดิษฐ์        ภัทรประสิทธิ์ &lt;br /&gt;        นายพฤฒิชัย         ดำรงรัตน์ &lt;br /&gt; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ   นายกษิต               ภิรมย์์ &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอิสสระ           สมชัย &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา นายชุมพล           ศิลปอาชา &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นายธีระ              วงศ์สมุทร &lt;br /&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นายชาติชาย       พุคยาภรณ์ &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม   นายโสภณ            ซารัมย์  &lt;br /&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม   นายสุชาติ             โชคชัยวัฒนากร &lt;br /&gt;  ์      นายเกื้อกูล           ด่านชัยวิจิตร &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน    นายวรรณรัตน์       ชาญนุกูล &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์    นางพรทิวา            นาคาศัย &lt;br /&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์   นายอลงกรณ์          พลบุตร &lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   นายชวรัตน์            ชาญวีรกูล &lt;br /&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย   นายบุญจง             วงศ์ไตรรัตน์ &lt;br /&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  นายถาวร               เสนเนียม &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม    นายพีระพันธ์          สาลีรัฐวิภาคย์์ &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม   นายธีระ                สลักเพชร &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณหญิงกัลยา        โสภณพณิช &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ   นายชินวรณ์            บุญยเกียรติ &lt;br /&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ   นายชัยวุฒิ             บรรณวัฒน์ &lt;br /&gt;        นางสาวนริศรา       ชวาลตันพิพัฒน์ &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุวิทย์               คุณกิตติ &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม   นายชาญชัย            ชัยรุ่งเรือง &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน    นายไพฑูรย์             แก้วทอง &lt;br /&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข   นายจุรินทร์            ลักษณะวิศิษฏ์ &lt;br /&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข   นางพรรณสิิริ          กุลนาถศิริ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://chalieo.blogspot.com/"&gt;Chalieo Buramart&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-604108831332722807?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/604108831332722807/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=604108831332722807' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/604108831332722807'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/604108831332722807'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2010/07/blog-post_05.html' title='คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-9105284858947386805</id><published>2010-07-05T22:54:00.000-07:00</published><updated>2010-07-05T22:57:19.277-07:00</updated><title type='text'>โครงสร้างองค์การบริหารส่วนจังหวัด</title><content type='html'>&lt;strong&gt;โครงสร้างองค์การบริหารส่วนจังหวัด&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;                  องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีโครงสร้างเป็น 2 ส่วน คือ ฝ่ายสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและฝ่ายบริหาร  &lt;br /&gt;        องค์การบริหารส่วนจังหวัด        &lt;br /&gt;        สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด                                           นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด      &lt;br /&gt;             - ประธานสภาฯ                                                                            รองนายกองค์การฯ &lt;br /&gt;            - รองประธานสภา 2 คน                                                                    จำนวน 2 - 4 คน &lt;br /&gt;                สภา อบจ. มีสมาชิก 24 - 48 คน                                                      ตามจำนวนสมาชิกสภา อบจ. &lt;br /&gt;                ตามจำนวนราษฎรในจังหวัด                                                    &lt;br /&gt;                                                                                                               ข้าราชการ อบจ. &lt;br /&gt;                                                                                                                    - ปลัด อบจ. &lt;br /&gt;                                                                                                                    - ส่วนราชการตามพระราชบัญญัติ &lt;br /&gt;สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด &lt;br /&gt;            สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด          ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นผู้แทนของปวงชนในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน    โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง  4 ปี  จำนวนสมาชิกที่จะมีได้ในแต่ละจังหวัดจะไม่เท่ากันโดยให้ถือ &lt;br /&gt;เกณฑ์จำนวนราษฎรตามหลักฐานทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนที่มีการเลือกตั้ง โดยสรุปจะมีจำนวนสมาชิกในแต่ละจังหวัด &lt;br /&gt;ดังนี้ &lt;br /&gt;7/6/2010การสิ้นสุดสมาชิกภาพ &lt;br /&gt;                 สมาชิกที่ได้รับการเลือกจะสิ้นสุดสภาพด้วยเหตุต่าง ๆ ดังนี้ &lt;br /&gt;           1. ครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี หรือมีการยุบสภาโดยคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  &lt;br /&gt;           2. ตาย &lt;br /&gt;           3. ลาออกโดยยื่นใบลาออกจากตำแหน่งต่อประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด การลาออกจะมีผลสมบูรณ์เมื่อได้ยื่นใบลาออก &lt;br /&gt;ต่อประธานสภา หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ลงทะเบียนรับตามระเบียบทางราชการ สำหรับใบลาออกที่มีเงื่อนเวลาจะมี ผลสมบูรณ์เมื่อถึงเวลาที่กำหนดนั้น &lt;br /&gt;           4. ผู้ว่าราชการจังหวัดได้สอบสวนแล้วสั่งให้ออกเมื่อปรากฏว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด &lt;br /&gt;           5.รัฐมนตรีสั่งให้ออกเมื่อผู้ว่าราชการสอบสวนแล้วปรากฏว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาสัมปทานที่ &lt;br /&gt;ทำกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด &lt;br /&gt;           6. สภามีมติให้ออกจากตำแหน่งโดยเห็นว่ามีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียหรือก่อความไม่สงบเรียบร้อยแก่สภา หรือกระทำการอันอาจเสื่อมผลประโยชน์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมติที่ให้ออกจากตำแหน่งต้องไม่ต่ำสามในสี่ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ &lt;br /&gt;            7. ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ลงคะแนนเสียงให้สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจาก ตำแหน่งในกรณีที่สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิ้นสุดลงพร้อมกันทั้งหมดให้ถือว่าเป็นการยุบสภาองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด &lt;br /&gt;          ก. ฝ่ายบริหาร &lt;br /&gt;             มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร (เดิม คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด) มีรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด &lt;br /&gt;เป็นผู้ช่วย และมีปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นผู้ปกครองบังคับบัญชารองจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด &lt;br /&gt;             การแบ่งส่วนราชการของฝ่ายบริหาร ได้มีพระราชกฤษฎีการะเบียบข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2541 แบ่งหน่วย &lt;br /&gt;การบริหารขององค์การบริหารส่วนจังหวัดออกเป็นส่วน ดังนี้ &lt;br /&gt;             1. ส่วนอำนวยการ &lt;br /&gt;             2. ส่วนกิจการสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด  &lt;br /&gt;             3. ส่วนแผนและงบประมาณ &lt;br /&gt;             4. ส่วนการคลัง &lt;br /&gt;             5. ส่วนช่าง &lt;br /&gt;             6. ส่วนอื่น ๆ ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด มีประกาศองค์การฯ ตั้งขึ้นโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจังหวัด (ก.จ.) &lt;br /&gt;          ข. ฝ่ายสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด &lt;br /&gt;              สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประกอบด้วย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (เดิม คือ สมาชิกสภาจังหวัด) ที่ราษฎรเลือกตั้งตามกฎหมาย ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด  &lt;br /&gt;             อำนาจหน้าที่ตาม พรบ.กระจายอำนาจตามมาตรา 17 &lt;br /&gt;                ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง ดังนี้ &lt;br /&gt;        1. การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง และประสานการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด &lt;br /&gt;        2. การสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น &lt;br /&gt;        3. การประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองท้องถิ่นอื่น &lt;br /&gt;        4. การแบ่งสรรเงินซึ่งตามกฎหมายจะต้องแบ่งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น &lt;br /&gt;        5. การคุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &lt;br /&gt;        6. การจัดการศึกษา &lt;br /&gt;        7. การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน &lt;br /&gt;        8. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น &lt;br /&gt;        9. การส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม &lt;br /&gt;       10. การจัดตั้งและดูแลระบบบำบัดน้ำเสียรวม &lt;br /&gt;       11. การกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลรวม &lt;br /&gt;       12. การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่าง ๆ &lt;br /&gt;       13. การจัดการและดูแลสถานที่ขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำ &lt;br /&gt;       14. การส่งเสริมการท่องเที่ยว &lt;br /&gt;       15. การพาณิชย์การส่งเสริมการลงทุนและการทำกิจการไม่ว่าจะดำเนินการเองหรือร่วมกับบุคคลอื่นหรือจากสหการ &lt;br /&gt;       16. การสร้างและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น &lt;br /&gt;       17. การจัดตั้งและดูแลตลาดกลาง &lt;br /&gt;       18. การส่งเสริมการกีฬา จารีตประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น &lt;br /&gt;       19. การจัดให้มีโรงพยาบาลจังหวัด การรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ &lt;br /&gt;       20. การจัดให้มีพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ &lt;br /&gt;       21.การขนส่งมวลชนและการวิศวกรรมจราจร &lt;br /&gt;       22. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย &lt;br /&gt;       23. การจัดให้มีระบบรักษาความสงบเรียบร้อยในจังหวัด &lt;br /&gt;       24. จัดทำกิจการใดอันเป็นอำนาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในเขตและกิจการนั้นเป็นการสมควรให้องค์กร &lt;br /&gt;            ปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นร่วมกันดำเนินการหรือให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดทำ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด &lt;br /&gt;       25. สนับสนุนหรือช่วยเหลือส่วนราชการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่นอื่น &lt;br /&gt;       26. การให้บริการแก่เอกชน ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น &lt;br /&gt;       27. การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้วยโอกาส &lt;br /&gt;       28. จัดทำกิจการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วน &lt;br /&gt;            จังหวัด &lt;br /&gt;       29. กิจการอื่นใดที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด &lt;br /&gt;/&lt;a href="http://chalieo.blogspot.com/"&gt;เฉลียว บุระมาศ&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-9105284858947386805?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/9105284858947386805/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=9105284858947386805' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/9105284858947386805'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/9105284858947386805'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2010/07/blog-post.html' title='โครงสร้างองค์การบริหารส่วนจังหวัด'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-6632725535059108586</id><published>2010-06-22T23:08:00.000-07:00</published><updated>2010-06-22T23:29:43.981-07:00</updated><title type='text'>รายชื่อบริจาคกิจกรรม 2010</title><content type='html'>รายชื่อนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ รุ่น 2551    &lt;br /&gt;    &lt;br /&gt;ลำดับ รหัสนักศึกษา ชื่อ - นามสกุล สถานภาพ  บริจาค &lt;br /&gt;    &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;10 517141016 นายประดับ บุญสม   50.00 &lt;br /&gt;15 517141022 นางสาวนัฐพร สุภาพ   50.00 &lt;br /&gt;16 517141023 นางสาววิไลวรรณ สมเทพ  50.00 &lt;br /&gt;23 517141030 นายคมสัน เข็มเงิน   50.00 &lt;br /&gt;26 517141033 นายพิชัย แพงทรัพย์   50.00 &lt;br /&gt;37 517141045 นายเกรียงไกร ชาลีชีพ   50.00 &lt;br /&gt;38 517141046 นายเทพรังสรร มาตขาว   50.00 &lt;br /&gt;39 517141047 นายไพศาล เอี่ยมประเสริฐ  50.00 &lt;br /&gt;41 517141049 นายวิกรัย จันทร์เทพ   50.00 &lt;br /&gt;42 517141050 นางสุพรรณีย์ บุระมาศ   50.00 &lt;br /&gt;46 517141054 นายสหวรวรรศ รุ่งเรือง 10  50.00 &lt;br /&gt;49 517141057 นางสาวลัดดาวัลย์ พลูเต็ม  50.00 &lt;br /&gt;51 517141059 นายพิทักษ์ บุญเรือง   50.00 &lt;br /&gt;53 517141061 นายประดิษฐ์ ลครวงษ์   50.00 &lt;br /&gt;56 517141064 นายณรงค์ธรรม อุ่นใจ   50.00 &lt;br /&gt;58 517141066 นางสาวยุภาพร ต้นสาย   50.00 &lt;br /&gt;63 517141072 นายมานะ มั่นการ   50.00 &lt;br /&gt;64 517141073 นายวิริยะ เคนบุบผา   50.00 &lt;br /&gt;65 517141074 นางสาวคนาวรรณ พันธ์โชติ  50.00 &lt;br /&gt;66 517141075 นายณัฐวุฒิ เลิศเสรี   50.00 &lt;br /&gt;69 517141078 นายวรวุฒิ คันธะเนตร   50.00 &lt;br /&gt;70 517141079 นางสาวนิตยา วัลภา   50.00 &lt;br /&gt;72 517141081 นางสาววิไลพรรณ ขำตา   50.00 &lt;br /&gt;75 517141084 นายประยูร คำเติม   50.00 &lt;br /&gt;89 517141100 นายมานพ สินธุวัตร   50.00 &lt;br /&gt;97 517141108 นายมรกต ไชยโย   50.00 &lt;br /&gt;100 517141111 นายวินัย โมฬีชาติ   50.00 &lt;br /&gt;103 517141114 นายเริงฤทธิ์ อภัยโคตร   50.00 &lt;br /&gt;116 517141127 นางสาวสกุณา บัวทอง   50.00 &lt;br /&gt;118 517141129 นายณัฐกรณ์ พิมพกัน   50.00 &lt;br /&gt;120 517141131 นายณรงค์ แก้วเนตร   50.00 &lt;br /&gt;121 517141133 สิบตำรวจเอกประสาร เพ็งจันทร์  50.00 &lt;br /&gt;125 517141137 นายธานินท์ เคนบุปผา   50.00 &lt;br /&gt;126 517141138 นางสาวสุปราณี สุขประเสริฐ  50.00 &lt;br /&gt;127 517141139 นายธีรศักดิ์ มูลนี   50.00 &lt;br /&gt;129 517141142 นางสาวสุรัตน์ดา อินทรสุวรรณ  50.00 &lt;br /&gt;130 517141143 นายจักริน แสงแดง   50.00 &lt;br /&gt;133 517141146 นางสาวเพชร ชุมสิงห์   50.00 &lt;br /&gt;138 517141151 นายองค์อินทร์ ไชยพารา  50.00 &lt;br /&gt;145 517141159 นายอนุสรณ์ ไชยสำแดง   50.00 &lt;br /&gt;146 517141160 นายคทาเพชร มนตรีชัย   50.00 &lt;br /&gt;148 517141162 นางสาวจรัญศรี ทองเทพ   50.00 &lt;br /&gt;151 517141165 นางสาวอุดมพร จันทร์สุข  50.00 &lt;br /&gt;161 517141178 นางวาสิษฐี อินอุเทน   50.00 &lt;br /&gt;162 517141179 นายถวิล พิลาภา   50.00 &lt;br /&gt;167 517141185 นางสาวปรียานุช มุขสมบัติ  50.00 &lt;br /&gt;171 517141191 นายวิเชียร ผกาศรี   50.00 &lt;br /&gt;173 517141193 นายแสงจันทร์ สุฤทธิ์   50.00 &lt;br /&gt;177 517141197 นายปิยดนัย วิชัยสระเกษ  50.00 &lt;br /&gt;191 517141212 นายอารมณ์ ชิณกธรรม   50.00 &lt;br /&gt;193 517141214 นางสาวสุวรรณ กุลโชติ   50.00 &lt;br /&gt;197 517141218 นางสาวจันทร์สุดา สินศาสตร์  50.00 &lt;br /&gt;199 517141220 นายสมาน อ่อนคำ   50.00 &lt;br /&gt;200 517141221 นางสาวสุฬิษา ดาราคำ   50.00 &lt;br /&gt;10 517141231 นางลำใย สุตะคาน   50.00 &lt;br /&gt;215 517141236 นายอนุพงศ์ ประมวลสุข   50.00 &lt;br /&gt;216 517141237 นางสมคิด ศรีเลิศ   50.00 &lt;br /&gt;217 517141238 นายวรเทพ สิงห์คำ   50.00 &lt;br /&gt;220 517141241 นายพุทธา นารีวงค์   50.00 &lt;br /&gt;226 517141248 นายศักดิ์ชัย พรพรม   50.00 &lt;br /&gt;227 517141249 นายอภิลักษณ์ ป้องพิมพ์   50.00 &lt;br /&gt;229 517141251 นางประกายแก้ว ราชชมภู  50.00 &lt;br /&gt;234 517141256 นายวิษณุ แสวงพงศ์   50.00 &lt;br /&gt;235 517141257 นางสาวรัศมี สุมาลี   50.00 &lt;br /&gt;238 517141260 นางสาวหนูเพียน อุระวงศ์  50.00 &lt;br /&gt;243 517141265 นายวิจารณ์ สลักคำ   50.00 &lt;br /&gt;247 517141269 นายไสว สรแสง   50.00 &lt;br /&gt;251 517141273 นายเฉลียว บุระมาศ   50.00 &lt;br /&gt;252 517141274 นายพจน์ พลูทา   50.00 &lt;br /&gt;253 517141275 นายสมภาร คันศร   50.00 &lt;br /&gt;258 517141280 นายปรีดี ไชยสำแดง   50.00 &lt;br /&gt;259 517141281 นายสุริยา ไชยสำแดง   50.00 &lt;br /&gt;260 517141282 นายเลิศ จิตจันทร์   50.00 &lt;br /&gt;263 517141285 นายประหยัด หาสุข   50.00 &lt;br /&gt;270 517141292 นายกิตติศักดิ์ พันธ์โบ   50.00 &lt;br /&gt;278 517141300 นายเขียน มะนัส   50.00 &lt;br /&gt;279 517141301 นายบัวลี มีแสง   50.00 &lt;br /&gt;287 517141310 สิบตำรวจเอกบรรจบ แก้วสิงห์  50.00 &lt;br /&gt;288 517141311 นายวีระ ดวงสว่าง   50.00 &lt;br /&gt;305 517141329 นายไพวัลย์ อาจสมัย   50.00 &lt;br /&gt;306 517141330 นายวรรณะชาติ ฤทธิเดช   50.00 &lt;br /&gt;307 517141331 นายพงศ์ศา ระเนีย   50.00 &lt;br /&gt;308 517141332 นางอุไรรักษ์ จันทะเจียด   50.00 &lt;br /&gt;315 517141339 นางเสาวนีย์ กองเงิน   50.00 &lt;br /&gt;316 517141340 จ่าสิบตำรวจประยูร ศิริจันทร์  50.00 &lt;br /&gt;317 517141341 ดาบตำรวจสมศักดิ์ สุขพงษ์  50.00 &lt;br /&gt;358 517141382 นายอภิชาติ สิทธิเสือ   50.00 &lt;br /&gt;359 517141383 นางสาวกัญญา เขียวพิมพ์  50.00 &lt;br /&gt;361 517141385 นางเพชรา โมกมูล   50.00 &lt;br /&gt;370 517141395 นายอนันต์ สิงห์เถื่อน   50.00 &lt;br /&gt;371 517141396 นางสาววรรณภา เพียะวงค์  50.00 &lt;br /&gt;382 517141407 นางมณฑาทิพย์ ทองแปลง  50.00 &lt;br /&gt;386 517141411 นายณรงค์ฤทธิ์ อรัญถิตย์  50.00 &lt;br /&gt;387 517141412 นางสาวพิสมัย ทองผาย   50.00 &lt;br /&gt;389 517141414 นายศรทอง ศุภดล   50.00 &lt;br /&gt;390 517141415 นายปรีดา จอมหงษ์   50.00 &lt;br /&gt;391 517141416 นายไพโรจน์ หงษ์คำ   50.00 &lt;br /&gt;392 517141417 นางปิยาภรณ์ คำกุณา   50.00 &lt;br /&gt;409 517141434 นางยุพาภรณ์ ทองรอง   50.00 &lt;br /&gt;410 517141435 นายอภิชัย คำเติม   50.00 &lt;br /&gt;412 517141437 นางคนึงนิตย์ ลือชา   50.00 &lt;br /&gt;413 517141438 นางสาวพิมพกานต์ ทานะกิจ  50.00 &lt;br /&gt;426 517141451 นางจารุวรรณ แก้วโรจน์   50.00 &lt;br /&gt;431 517141457 นายไพบูลย์ มีคุณ   50.00 &lt;br /&gt;432 517141458 นายเดชา ศิริพัฒน์   50.00 &lt;br /&gt;447 517141473 นายไทย ไชยบำรุง   50.00 &lt;br /&gt;448 517141474 นายเทพสถิตย์ พลอาจ   50.00 &lt;br /&gt;450 517141476 นายวิเชียร อินทะจักร์   50.00 &lt;br /&gt;459 517141485 นางสาววิจิตรา เขียวขำ   50.00 &lt;br /&gt;462 517141488 นางอินทิรา แก้วบัวสา   50.00 &lt;br /&gt;463 517141489 นางสาวทิตญา พรมหล่อ   50.00 &lt;br /&gt;465 517141491 นางสุนทร วงษ์เมือง   50.00 &lt;br /&gt;480 517141506 นางสาวจุฬาภรณ์ เชื้อพันธ์  50.00 &lt;br /&gt;481 517141507 นางสาวสราภรณ์ คูณคง   50.00 &lt;br /&gt;490 517141518 นายไพรัตน์ สุวรรณี   50.00 &lt;br /&gt;493 507141361 นายณัฐทาร์  หาสมุทร   50.00 &lt;br /&gt;  รวมทั้งสิ้น   5,800.00&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-6632725535059108586?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/6632725535059108586/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=6632725535059108586' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/6632725535059108586'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/6632725535059108586'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2010/06/2010.html' title='รายชื่อบริจาคกิจกรรม 2010'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-7548509717689969973</id><published>2010-05-23T23:02:00.000-07:00</published><updated>2010-05-23T23:05:16.232-07:00</updated><title type='text'>ลำดับเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.2553</title><content type='html'>ลำดับเหตุการณ์ &lt;br /&gt;12 มีนาคม เริ่มการชุมนุม มีการชุมนุมย่อยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร &lt;br /&gt;14 มีนาคม นายวีระ มุสิกพงศ์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภาภายใน 24 ชั่วโมง &lt;br /&gt;15 มีนาคม กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อทวงถามนายกรัฐมนตรี &lt;br /&gt;16-17 มีนาคม ผู้ชุมนุมเจาะเลือดคนละ 10 ซีซี นำไปเทที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลและที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์[1] และบ้านพักนายกรัฐมนตรี[2] &lt;br /&gt;20 มีนาคม กลุ่มผู้ชุมนุมจัดขบวนรถเคลื่อนขบวนไปรอบกรุงเทพมหานครตามเส้นทางสายสำคัญ &lt;br /&gt;28-29 มีนาคม ตัวแทนรัฐบาลเจรจาหารือเรื่องการยุบสภากับตัวแทน นปช. จำนวนสองรอบ ได้ข้อสรุปว่าจะให้มีการยุบสภา แต่ยังไม่มีกำหนดเวลา &lt;br /&gt;3 เมษายน ย้ายไปชุมนุมบางส่วนยังแยกราชประสงค์ &lt;br /&gt;7 เมษายน นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล &lt;br /&gt;8-9 เมษายน รัฐบาลนำกำลังทหารเข้าระงับการออกอากาศของสถานีประชาชน; กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังสถานี จนสถานีกลับมาออกอากาศได้อีกครั้ง แต่กำลังทหารก็ได้เข้าระงับการออกอากาศอีก &lt;br /&gt;10 เมษายน เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ มีผู้เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 1,427 ราย[3][4][5] &lt;br /&gt;16 เมษายน ตำรวจหน่วยอรินทราช 26 บุกจับกุมแกนนำ นปช. ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค แต่ไม่สำเร็จ &lt;br /&gt;24 เมษายน แกนนำ นปช. ประกาศให้ยกเลิกการใส่เสื้อสีแดงชั่วคราว &lt;br /&gt;28 เมษายน เจ้าหน้าที่สลายขบวนผู้ชุมนุมบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 16 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย[6] &lt;br /&gt;29 เมษายน กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าไปในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ &lt;br /&gt;12 พฤษภาคม ศอฉ.ประกาศตัดระบบสาธารณูปโภคและระบบขนส่งมวลชนรอบแยกราชประสงค์ &lt;br /&gt;13 - 18 พฤษภาคม ทหารกระชับพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ มีผู้เสียชีวิต 43 ราย[7] &lt;br /&gt;19 พฤษภาคม ทหารสลายการชุมนุม เสียชีวิต 15 ราย; แกนนำ นปช. ประกาศยุติการชุมนุม &lt;br /&gt;ที่มา : www.th.wikipedia.org&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-7548509717689969973?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/7548509717689969973/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=7548509717689969973' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/7548509717689969973'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/7548509717689969973'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2010/05/2553.html' title='ลำดับเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.2553'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-2774796580964456287</id><published>2010-05-23T22:44:00.000-07:00</published><updated>2010-05-23T22:54:25.591-07:00</updated><title type='text'>ศาลไม่ให้ประกันตัวแกนนำ นปช.กลุ่มชักธงรบ อุบล</title><content type='html'>&lt;strong&gt;เสื้อแดงอุบลฯคอตกอดประกัน-นอนคุก &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;คมชัดลึก :ศาลไม่อนุมัติประกันตัวแกนนำเสื้อแดงอุบลฯ ฝากขังที่เรือนจำกลาง เจ้าหน้าที่ 200 นาย คุมหวั่นชิงตัว ขณะที่ชาวอุบลฯ ผู้รักความสงบเตรียมรวมตัวกันทำบุญตักบาตรและร้องเพลงชาติไทย หน้าศาลากลางจังหวัดพรุ่งนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(21พ.ค.) พล.ต.ท.เดชาวัตร รามสมภพ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร 3 เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจตำรวจ-ทหาร พื้นที่จ.อุบลราชธานี พร้อมกับรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ โดยมีตำรวจชุดปราบจลาจล จำนวน 100 นาย และทหาร ร.6 พัน 2 จำนวน 150 นาย ร่วมให้การต้อนรับและรับฟังนโยบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; พล.ต.ท.เดชาวัตร กล่าวว่า ได้ให้กำลังใจทั้งทหารและตำรวจชุดหน่อยปราบจลาจลที่ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยให้แนวคิดโดยเฉพาะตำรวจภูธร ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน ต้องรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลเอาใจใส่ประชาชน เพราะหากมวลชนไม่ให้ความร่วมมือตำรวจก็ทำงานได้อย่างยากลำบาก ไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นใน จ.อุบลราชธานี หลังจากเข้าจับกุมแกนนำ 1 คน เมื่อวานนี้ ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ชุมนุมที่ก่อความไม่สงบอีก 20 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ทางด้าน นายพิเชษฐ์  ทาบุดดา แกนนำผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไปที่ มทบ.22 เมื่อวานนี้ โดยพนักงานสอบสวนตั้ง 2 ข้อหาหนัก ได้แก่ ข้อหาวางเพลิงที่หมู่บ้านราชธานีอโศก และวางเพลิงศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ทั้งนี้ นางผาสุก ทาบุดดา ภรรยาของ นายพิเชษฐ์  ได้นำหลักทรัพย์โฉนดที่ดินราคา 6 แสนบาทยื่นขอประกันตัว แต่พนักงานสอบสวนค้านการประกันตัว เช่นเดียวกับศาลก็คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าอาจออกมาปลุกระดมและสร้างความไม่สงบให้กับบ้านเมืองอีก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 21 พ.ค.เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายพิเชษฐ์ ออกจาก มทบ.22 ไปขออนุมัติศาลฝากขัง โดยตำรวจทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 200 นาย ควบคุมตัวไปเนื่องจากเกรงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจะมาบุกชิงตัว จากนั้นจึงนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ด้านความเคลื่อนไหวของประชาชนชาว จ.อุบลราชธานี ส่วนใหญ่ยังคงเศร้าสลดกับเหตุการณ์คนเสื้อแดงเผาศาลากลางจังหวัด โดยแกนนำภาคประชาชนผู้รักในความสงบ ได้โทรศัพท์บอกต่อกันทั้งคนใกล้ชิด และสถานีวิทยุกระจายเสียงที่รักสันติ เพื่อให้ประชาชนผู้รักเมืองอุบลฯ ได้ออกมารวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุบลฯ ในวันที่ 22 พ.ค.53 เพื่อร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 30 รูป ในช่วงเวลา 07.30 น. ก่อนจะร่วมกันร้องเพลงชาติไทยที่หน้าศาลากลางจังหวัดในช่วงเวลา 08.00 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; จากนั้นจะร่วมเก็บกวาดทำความสะอาด บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด เนื่องจากมีซากปรักหักพังอยู่บริเวณโดยรอบ อาทิ ซากรถยนต์ที่ถูกเผา และรั้วศาลากลางที่พังเสียหายจากการทำลายของกลุ่มผู้ชุมนุม เช่นเดียวกับป้อมยามที่บริเวณรอบศาลากลางที่ถูกเผาทำลายเหลือแต่ซาก ทำให้ประชาชนที่ผ่านไปมาและพบเห็นต่างรู้สึกเศร้าสลดต่อภาพที่ปรากฏ ทั้งนี้การแสดงออกดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาเพื่อแสดงการต่อต้านหรือสร้างความไม่พอใจเพิ่มเติมต่อทุกฝ่าย แต่เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจของชาวอุบลฯ ให้กลับมา หลังจากที่ จ.อุบลฯ และประเทศไทยได้รับความบอบช้ำอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา:http://www.komchadluek.net/&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-2774796580964456287?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/2774796580964456287/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=2774796580964456287' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2774796580964456287'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2774796580964456287'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2010/05/blog-post_23.html' title='ศาลไม่ให้ประกันตัวแกนนำ นปช.กลุ่มชักธงรบ อุบล'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-2745582320031182737</id><published>2010-05-20T01:31:00.000-07:00</published><updated>2010-05-20T01:37:47.709-07:00</updated><title type='text'>เสื้อแดงเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A9272828/A9272828-3.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 720px; height: 478px;" src="http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A9272828/A9272828-3.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;การเมืองไทย ทำไมทำได้ถึงเพียงนี้ แค่ความคิดต่างทางอุดมการณ์ กลับเผาบ้านเผาเมืองที่เป็นที่อยู่ของตัวเอง จิตใจเขาทำด้วยอะไร มีคนไหนที่ทำแล้วออกมารับผิดชอบสิ่งที่ทำลงไปบ้าง คนเราถึงเวลาที่กิเลสคือความโกรธครอบงำแล้ว ทำอะไรไม่ยั้งคิด ไม่สมกับเป็นเมืองนักปราชญ์เลย หากไม่อยากอยู่ประเทศไทยก็หนีไปอยู่ประเทศอื่นซะ มอนเตรเนโกร ก็ได้เขาคงต้อนรับอยู่หรอก เพราะมีญาติอยู่ที่นั้น อยากให้ชาวอุบลราชธานี ออกมาช่วยกันเสนอความคิดเห็นกันว่าควรจะหาทางออกอย่างไร&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-2745582320031182737?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/2745582320031182737/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=2745582320031182737' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2745582320031182737'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2745582320031182737'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2010/05/blog-post.html' title='เสื้อแดงเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-918976892918137953</id><published>2010-01-22T03:30:00.000-08:00</published><updated>2010-01-22T03:31:26.024-08:00</updated><title type='text'>อสส.แถลงข่าวคดีเขายายเที่ยง</title><content type='html'>ชี้ขาดเจตนา โยนกรมป่าไม้จัดการต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(8ม.ค.) นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวว่า อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกเขายายเที่ยง จังหวัดนครราชสีมา อันเป็นป่าสงวน เหตุเพราะขาดเจตนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยทางอัยการจังหวัดสีคิ้ว ได้มีหนังสือแจ้งผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) ให้ดำเนินไปตามเงื่อนไขของแผนการจัดที่ดินให้แก่ราษฎรในรูปหมู่บ้าน ป่าไม้ สหกรณ์การเกษตร ตามมติ คณะรัฐมนตรี พ.ศ.2518 คือห้ามมิให้ผู้ที่ได้รับที่ดินนำไปซื้อขาย แต่สามารถตกทอดเป็นมรดกต่อลูกหลานได้&lt;br /&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ดินเขายายเที่ยง เดิมในสัญญาการซื้อขายระบุว่าที่ดินแปลงนี้เดิมเป็นของนายเบ้า สินนอก โดยวันที่ 4 สิงหาคม 2538 นายเบ้าได้ขายให้นายนพดล พิทักษ์วานิชย์ ในราคา 700,000 บาท ต่อมาวันที่ 31 มีนาคม 2540 นายนพดล พิทักษ์วานิชย์ ได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงนี้ให้แก่ พ.อ.สุรฤทธิ์ จันทราทิพย์ เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท จากนั้นวันที่ 12 พฤศจิกายน 2545 พ.อ.สุรฤทธิ์ ได้ยื่นแบบแสดงรายการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินหรืออัตราภาษีสำหรับที่ดินเปลี่ยนแปลง ที่ อบต.คลองไผ่ โดยในเอกสารระบุว่าได้ขายที่ดินดังกล่าวให้พันเอกหญิงคุณหญิง จิตรวดี จุลานนท์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-918976892918137953?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/918976892918137953/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=918976892918137953' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/918976892918137953'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/918976892918137953'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2010/01/blog-post_22.html' title='อสส.แถลงข่าวคดีเขายายเที่ยง'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-7207795032468399467</id><published>2010-01-21T21:56:00.000-08:00</published><updated>2010-01-21T21:57:27.955-08:00</updated><title type='text'>สาเหตุที่คมช. ทำการรัฐประหารในปี พ.ศ.2549</title><content type='html'>เหตุการณ์สำคัญที่เป็นชนวนนำไปสู่การปฏิรูป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลที่เพิ่งถูกยึดอำนาจไป ได้ถูกเพ่งเล็งจากสังคมอย่างหนัก และถูกกล่าวหาด้วยความเคลือบแคลงสงสัยมาตลอดว่า ได้พยายามผูกขาดอำนาจทำลายระบบการตรวจสอบถ่วงดุล โดยการแทรกแซงครอบงำองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและการแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรอิสระ ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจตลอดจนคุกคามและแทรกแซงสื่อมวลชน รวมทั้งมีการดำเนินการที่ส่อไปในทางทุจริต/ฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจสรุปข้อกล่าวหาที่ค้างคาใจประชาชนในกรณีสำคัญได้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๐        การทุจริต/ผลประโยชน์ทับซ้อน&lt;br /&gt;          ๐ การแปลงค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือให้เป็นภาษีสรรพาสามิต&lt;br /&gt;            ๐ การแปลงธุรกิจดาวเทียมให้เป็นธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&lt;br /&gt;            ๐ การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิและกรณีเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX&lt;br /&gt;            ๐ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า Airport Link&lt;br /&gt;            ๐ การพยายามแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ไม่โปร่งใส&lt;br /&gt;            ๐ กรณีการครอบงำกิจการโทรทัศน์เสรี&lt;br /&gt;๐        การใช้อำนาจในทางมิชอบ&lt;br /&gt;          ๐ การแต่งตั้งเครือญาติ/คนใกล้ชิดดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับสูง&lt;br /&gt;            ๐ การใช้วิธีการงบประมาณที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เพื่อผลประโยชน์ในการสร้างคะแนนนิยมต่อรัฐบาล&lt;br /&gt;            ๐ การใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการเจรจากับต่างประเทศเพื่อเอื้อต่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง (กรณีการปล่อยเงินกู้ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย)&lt;br /&gt;            ๐ การใช้อำนาจทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกรมสรรพากร ในการตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล&lt;br /&gt;๐        การละเมิดจริยธรรม/คุณธรรมของผู้นำประเทศ&lt;br /&gt;          ๐ การขายสัมปทานดาวเทียมและสถานีโทรทัศน์ให้แก่ต่างชาติ&lt;br /&gt;            ๐ การซื้อขายหุ้นของบุคคลในครอบครัวโดยไม่เสียภาษี&lt;br /&gt;๐        การแทรกแซงระบบการตรวจสอบทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;          ๐ การครอบงำวุฒิสภาซึ่งมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญต่างๆ และการตรวจสอบการดำเนินการของฝ่ายบริหาร&lt;br /&gt;            ๐ การแทรกแซงการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน&lt;br /&gt;๐        ข้อผิดพลาดเชิงนโยบายที่นำสู่การละเมิดสิทธิเสรีภาพ&lt;br /&gt;          ๐ กรณีฆ่าตัดตอนหรือทำวิสามัญฆาตกรรมในคดียาเสพติด โดยมีผู้ถูกสังหารเป็นอันมาก&lt;br /&gt;            ๐ การบริหารจัดการในเชิงนโยบายที่ผิดพลาดและไม่ชอบธรรมในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งแม้จะใช้เวลายาวนาน แต่ก็ไม่ทุเลาเบาบางลง&lt;br /&gt;๐        การบ่อนทำลายความสามัคคีของคนในชาติและการเผชิญหน้าที่เสี่ยงต่อการใช้ความรุนแรง&lt;br /&gt;          ๐ การปิดกั้นข้อมูลข่าวสารของกลุ่มที่จะตรวจสอบรัฐบาลหรือตัวนายกรัฐมนตรีเอง และเปิดเฉพาะข้อมูลที่คัดสรรแล้ว ทำให้ประชาชนไม่สามารถรับทราบความจริงทั้งหมด&lt;br /&gt;            ๐ การจัดตั้งกลุ่มคนสนับสนุนเพื่อตอบโต้และมุ่งหวังให้เกิดการเผชิญหน้าที่เสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงกับกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลโดยสันติ&lt;br /&gt;ความพยายามในการหาทางออกเพื่อให้มีการแก้ไขในระบบ&lt;br /&gt;          ๐ การชุมนุมประท้วงโดยสันติวิธีและปราศจากอาวุธ&lt;br /&gt;            ๐ การให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อหาทางออกโดยบุคคลหลายฝ่ายที่ได้รับการยอมรับจากสังคม&lt;br /&gt;            ๐ บทบาทของศาลในการผ่าทางตันทางการเมือง (ตุลาการภิวัฒน์) เนื่องจากการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ผล (คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ที่ให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นโมฆะ รวมทั้งคำพิพากษาของศาลอาญาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 ที่ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งมีความผิดเนื่องจากการใช้อำนาจโดยไม่ชอบในการจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๐ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด และคณะผู้พิพากษาศาลฎีกาบางส่วน เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-7207795032468399467?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/7207795032468399467/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=7207795032468399467' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/7207795032468399467'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/7207795032468399467'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2010/01/2549.html' title='สาเหตุที่คมช. ทำการรัฐประหารในปี พ.ศ.2549'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-2069771210185083678</id><published>2010-01-19T01:29:00.000-08:00</published><updated>2010-01-19T01:32:29.824-08:00</updated><title type='text'>ความคิดทางการเมือง</title><content type='html'>ก.ความคิดทางการเมืองนั้นมีความสำคัญมากที่จะใช้ในการศึกษาและอธิบายปรากฏการณ์ทางการเมืองได้อย่างถูกหลักวิธีการ ซึ่งวิธีการศึกษาความคิดทางการเมืองมีอยู่ 2 วิธีการ คือ วิธีการศึกษาประวัติศาสตร์ความคิดทางการเมือง และวิธีศึกษาสำนักปรัชญาทางการเมือง &lt;br /&gt;เพราะฉะนั้น การศึกษาความคิดทางการเมือง คือ ความเชื่อพื้นฐานว่า มนุษย์ไม่ได้คิดอะไรขึ้นมาลอยๆแต่เป็นผลมาจากสิ่งแวดล้อมของนักคิด "Context" เป็นการศึกษาแนวทางในการอธิบายความคิดของนักคิดคนนั้นๆในขณะเดียวกัน "text" ตัวบทก็มีความสำคัญเท่าๆกันกับ"context"/บริบท&lt;br /&gt;     ข.ปรัชญาการเมือง คือการศึกษาหลักการและพื้นฐานของ รัฐ รัฐบาล การเมือง เสรีภาพ ความยุติธรรม ทรัพย์สินส่วนบุคคล สิทธิ กฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายโดยรัฐ สิ่งเหล่านี้คือแก่นสารหรือสิ่งไม่จำป็นกันแน่ อะไรคือความชอบธรรมของรัฐและผู้ใช้อำนาจและเจ้าหน้าที่ สิทธิและเสรีภาพใดบ้างที่ควรบังคับและไม่บังคับ อะไรคือกฎหมาย หน้าที่ของพลเมืองคืออะไรและมีอะไรบ้าง และเมื่อไหร่ที่รัฐจะหมดความชอบธรรมในการปกครอง (จากวิกิพีเดีย) &lt;br /&gt;   ต.อุดมการณ์ทางการเมือง (อังกฤษ: Political ideology) หมายถึง แนวความคิดทางการเมืองที่นำไปปฏิบัติจริง มีอิทธิพลต่อกระบวนการทางการเมือง ตลอดจนการใช้อำนาจรัฐ และกาให้ความชอบธรรมแก่รัฐบาล นอกจากนี้ยังสะท้อนสภาพของสังคมและวัฒนธรรมทางการเมืองของแต่ละชุมชน&lt;br /&gt;อุดมการณ์ทางการเมืองจะมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ&lt;br /&gt;1. ลักษณะที่ชัดเจน &lt;br /&gt;2. ประติดประต่อกัน &lt;br /&gt;3. เป็นระบบ &lt;br /&gt;ในแง่มุมนี้อุดมการณ์ก็คือความคิดชุดหนึ่งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง หรือการปกป้องโครงสร้างของการเมืองที่อยู่ รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้อง จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระจายอำนาจทางการเมือง และมีลักษณะเป็นข้อถกเถียงเชิงบรรทัดฐานที่สนับสนุนโครงสร้างปฏิรูป หรือต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้น อุดมการณ์จึงมิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำ อุดมการณ์ทางการเมืองมักจะเชื่อมโยงกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ&lt;br /&gt;     ง.ลัทธิการเมือง  เป็นกรอบความคิดและความเชื่อทางการเมืองในลักษณะใด ลักษณะหนึ่งรวมทั้งเรื่องการจัดวางนโยบายการปกครอง การกำหนดเกี่ยวกับรูปแบบระบบและ วิธีการของการเมืองการปกครอง ตลอดจนส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเศรษฐกิจและสังคม และยังกำหนดถึงเป้าหมายที่สำคัญของลัทธิไว้ด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-2069771210185083678?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/2069771210185083678/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=2069771210185083678' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2069771210185083678'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2069771210185083678'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2010/01/blog-post.html' title='ความคิดทางการเมือง'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-1760593193920646767</id><published>2009-12-18T01:13:00.001-08:00</published><updated>2009-12-18T01:14:13.784-08:00</updated><title type='text'>พระราชดำรัสเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2552</title><content type='html'>&lt;a href="http://thainews.prd.go.th/news/pictures/King3.gif"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 300px; height: 225px;" src="http://thainews.prd.go.th/news/pictures/King3.gif" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;พระราชดำรัสเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด ด้วยถ้อยคำที่เลือกสรรมาจากใจจริง ซึ่งปรารถนาดี มุ่งหมายให้ข้าพเจ้ามีความสุข ความสวัสดีโดยประการต่างๆ &lt;br /&gt;ความสุขความสวัสดีของข้าพเจ้าจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญมั่นคง เป็นปกติสุข.. ความเจริญมั่นคงทั้งนั้น จะสัมฤทธิ์ผลเป็นจริงได้ ก็ด้วยทุกคนทุกฝ่ายในชาติ มุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด และด้วยความสุจริตจริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น &lt;br /&gt;จึงขอให้ท่านทั้งหลาย ในที่นี้ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญอยู่ในสถาบันหลักของประเทศ และชาวไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่า ทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่าง แล้วตั้งจิต ตั้งใจให้เที่ยงตรง หนักแน่น ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดเพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ เพื่อชาติบ้านเมืองอันเป็นที่อยู่ ที่ทำกินของเรา มีความเจริญมั่นคง ยั่งยืนไป &lt;br /&gt;ขออำนาจแห่งคุณพระคุณรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครอง รักษาท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และอำนวยสุขสิริสวัสดิ์ พิพัฒนมงคล ให้สัมฤทธิ์ผลขึ้นแก่ท่าน ทั่วหน้ากัน” &lt;br /&gt;พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2552&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-1760593193920646767?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/1760593193920646767/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=1760593193920646767' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/1760593193920646767'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/1760593193920646767'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/12/5-2552.html' title='พระราชดำรัสเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2552'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-5784061648081118122</id><published>2009-09-05T22:28:00.000-07:00</published><updated>2009-09-05T22:29:32.490-07:00</updated><title type='text'>คุณธรรมและจริยธรรมระดับบุคคลในสังคมประชาธิปไตย</title><content type='html'>คุณธรรมและจริยธรรมระดับบุคคลในสังคมประชาธิปไตย&lt;br /&gt;คุณธรรมและจริยธรรมระดับบุคคล หมายถึง สภาพคุณงามความดีที่เป็นประโยชน์ของปัจเจกบุคคล แนวคิดเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมระดับบุคคล มีผู้จำแนกบุคคลออกไปตามสถานภาพในสังคม เช่น ในฐานะเป็นสมาชิกรัฐ และในฐานะผู้นำหรือผู้ปกครองรัฐ การมีคุณธรรมและจริยธรรมระดับบุคคล มีความสำคัญต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากหลักการอิสระภาพ เสรีภาพ และความเสมอภาพของประชาธิปไตยมีความเสี่ยงต่อ การทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม ถ้าสมาชิกในสังคมขาดคุณธรรม&lt;br /&gt;คุณธรรมและจริยธรรมระดับบุคคลในสังคมประชาธิปไตย จำแนกออกเป็นสองส่วน คือ การมีคุณสมบัติของมนุษย์ที่ดี และ การเป็นประชาชนที่ดีในสังคมประชาธิปไตย ในส่วนแรก จะได้นำเสนอคุณสมบัติร่วมของนานาศาสนาที่กล่าวถึงความดีที่พึงมีในตัวบุคคล อาทิ ความซื่อสัตย์ การทำความดี ความเมตตา การยึดมั่นในหลักธรรม ในส่วนที่สองจะได้นำเสนอ คุณสมบัติร่วมของสังคมที่คาดหวังในตัวบุคคล เช่น การทำตามกฎกติกาของสังคม การไม่ละเมิดกฎหมาย การไม่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม การมีสัมมาชีวะ เป็นต้น&lt;br /&gt;การเป็นประชาชนที่ดีในสังคมประชาธิปไตย จะได้ชี้ให้เห็นลักษณะเฉพาะของสังคมประชาธิปไตยที่เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับประชาชน ที่ต้องมีคุณธรรมจริยธรรมแตกต่างไปจากสังคมในระบอบการปกครองอื่น ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นคุณลักษณะทางจิตของบุคคล ต้องสอดคล้องกับการพิทักษ์ความเป็นอิสระภาพ เสรีภาพ และเสมอภาพของตนเองไปพร้อมกับการเคารพในอิสระภาพ เสรีภาพ และเสมอภาพของคนอื่นด้วย ได้แก่ การเคารพในสิทธิศักดิ์ศรีของมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน การยอมรับความแตกต่างทางความคิด ความเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นของผู้อื่น การตระหนักและแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ การตระหนักในหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อส่วนรวม การเห็นแก่ประโยชน์สาธารณะมากกว่าประโยชน์ส่วนบุคคล เพราะหากบุคคลคำนึงถึงแต่สิทธิเสรีภาพของตนเองโดยไม่สนใจสิทธิเสรีภาพของคนอื่น ก็จะมีความเห็นแก่ตัวยิ่งถ้ามีพัฒนาการขึ้นเป็นผู้ปกครองก็จะกลายเป็นผู้ปกครองที่เผด็จการณ์ &lt;br /&gt;การมีคุณสมบัติของมนุษย์ที่ดี&lt;br /&gt;1. การยึดและปฏิบัติตามหลักศาสนา  &lt;br /&gt;2. การเป็นคนดีในสังคม &lt;br /&gt;การเป็นประชาชนที่ดีในสังคมประชาธิปไตย&lt;br /&gt;1. การเคารพในสิทธิศักดิ์ศรีของมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน &lt;br /&gt;2. การยอมรับความแตกต่างทางความคิด &lt;br /&gt;3. ความเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นของผู้อื่น &lt;br /&gt;4. การตระหนักและแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ &lt;br /&gt;5. การตระหนักในหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อส่วนรวม &lt;br /&gt;6. การเห็นแก่ประโยชน์สาธารณะมากกว่าประโยชน์ส่วนบุคคล &lt;br /&gt;คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลที่มีต่อสังคมในสังคมประชาธิปไตย &lt;br /&gt;คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลที่พึงมีต่อสังคม หมายถึงการมีคุณงามความดีในการทำหน้าที่พลเมืองของสังคมประชาธิปไตย ความสำคัญของประเด็นนี้อยู่ที่การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ดี ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการมีผู้ปกครองที่ดีมีคุณธรรม การทำหน้าที่ให้บริการประชาชน บำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้กับประชาชน เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับ การทำหน้าที่ต่อประเทศชาติของประชาชนด้วย&lt;br /&gt;คุณธรรมและจริยธรรมของบุคคลที่มีต่อสังคมในสังคมประชาธิปไตย ประกอบด้วย การมีรูปแบบความคิดสร้างสรรค์ทางบวกในการแสดงบทบาทอย่างแข็งขันในการร่วมพัฒนา และแก้ไขปัญหาของสังคมด้านต่าง ๆ เช่น&lt;br /&gt;1. การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจประเด็นสาธารณะอย่างแข็งขัน &lt;br /&gt;2. การมีส่วนร่วมในการกระทำเพื่อส่วนรวมด้วยความเต็มใจ &lt;br /&gt;3. การสนับสนุนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน &lt;br /&gt;4. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของบ้านเมือง/เคารพในกฎกติกาของสังคม &lt;br /&gt;5. การติดตามตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารและหน่วยงานของรัฐ &lt;br /&gt;ทั้งนี้การมีบทบาทดังกล่าวหากทำด้วยความไม่มีคุณธรรมจริยธรรม ก็ก่อให้เกิดความวุ่นวายเดือนร้อนและทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม จนถึงการล้มล้างระบบการเมืองการปกครอง กลายเป็นอนาธิปไตยแทนประชาธิปไตยได้ ในบางกรณีก็อาจกลายเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ&lt;br /&gt;คุณธรรมและจริยธรรมของนักพัฒนาในสังคมประชาธิปไตย&lt;br /&gt;คุณธรรมและจริยธรรมของนักพัฒนา หมายถึง จริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพของนักพัฒนาที่ดี และการดำรงตนในสังคมอย่างนักพัฒนาที่ดี มีความสำคัญต่อการพัฒนา และรักษาดำรงไว้ซึ่งระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของบ้านเมือง อาจถือได้ว่าเป็นจรรยาบรรณ หรือมาตรฐานวิชาชีพของนักพัฒนาก็ได้&lt;br /&gt;จริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพของนักพัฒนาที่ดี และการดำรงตนในสังคมอย่างนักพัฒนาที่ดี ประกอบด้วย&lt;br /&gt;1. ความรับผิดชอบในการนำความรู้ไปใช้ในทางการเมืองการปกครอง &lt;br /&gt;2. เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแก่สังคม &lt;br /&gt;3. ความสุจริตในการแสดงความคิดเห็นต่อระบบการเมืองการปกครองและสังคม &lt;br /&gt;4. ปกป้องหลักการอิสระภาพ เสรีภาพ และความเสมอภาค &lt;br /&gt;5. ปกป้องการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน &lt;br /&gt;6. สนับสนุนและปกป้องการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย &lt;br /&gt;7. ต่อต้านการใช้อำนาจการเมืองการปกครองในทางที่ผิดและเสียหายต่อประเทศชาติ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-5784061648081118122?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/5784061648081118122/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=5784061648081118122' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/5784061648081118122'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/5784061648081118122'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/09/blog-post_05.html' title='คุณธรรมและจริยธรรมระดับบุคคลในสังคมประชาธิปไตย'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-6015644149376825184</id><published>2009-09-05T22:27:00.000-07:00</published><updated>2009-09-05T22:28:44.174-07:00</updated><title type='text'>รัฐศาสตร์กับจริยศาสตร์</title><content type='html'>ความหมายของจริยศาสตร์&lt;br /&gt; ตามหลักอักษรศาสตร์คำว่า  จริยศาสตร์มาจากภาษาสันสฤตว่า  จริย+ศาสตร์  แปลว่า  ความประพฤติ  ศาสตร์  แปลว่า  ความรู้  จริยศาสตร์  แปลว่า  ความรู้ที่ควร  หมายถึงอุปนิสัยหรือหลักของการประพฤติ  ตรงกับภาษาอังกฤษว่า  (Ethics)    หมายถึงศาสตร์ที่ว่าด้วยหลักศีลธรรมกฏที่ว่าด้วยประพฤติกรรมของมนุษย์&lt;br /&gt; อนึ่งจริยศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ว่าอุปนิสัย  นิสัย  และพฤติกรรมของมนุษย์ความประพฤติของมนุษย์จะเป็นกระจกเงาส่องให้เราเห็นอุปนิสัยและนิสัยของคน  จริยศาสตร์จะช่วยชี้ค่าของมนุษย์โดยการมองทางอุปนิสัย  นิสัยใจคอ  และความประพฤติตามที่บุคคลนั้นแสดงออกมาทางกาย  วาจา  ใจ&lt;br /&gt; ดังนั้นจริยศาสตร์จึงศึกษาเรื่องที่ว่าอะไรถูก  อะไรผิด  อะไรควร  อะไรไม่ควร  อะไรดี  อะไรชั่ว&lt;br /&gt;ความหมายของรัฐศาสตร์&lt;br /&gt;      รัฐศาสตร์ (Political Science) คือ ศาสตร์ที่ว่าด้วยรัฐ อันเป็นสาขาหนึ่งของวิชาสังคมศาสตร์ ที่กล่าวถึงเรื่องราวเกี่ยวกับรัฐ ว่าด้วยทฤษฎีแห่งรัฐ การวิวัฒนาการ มีกำเนิดมาอย่างไร สถาบันทางการเมืองที่ทำหน้าที่ดำเนินการปกครองมีกลไกไปในทางใด การจัดองค์การต่างๆ ในทางปกครอง รูปแบบของรัฐบาล หรือสถาบันทางการเมืองที่ต้องออกกฎหมายและรักษาการณ์ให้เป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเอกชน (Individual) หรือกลุ่มชน (Group) กับรัฐ และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับรัฐ ตลอดจนแนวคิดทางการเมืองที่มีอิทธิพลต่อโลก ตลอดจนการแสวงหาอำนาจของกลุ่มการเมืองหรือภายในกลุ่มการเมือง หรือสถาบันการเมืองต่างๆ เพื่อการปกครองรัฐให้เป็นไปด้วยดีที่สุด&lt;br /&gt;ความสนใจร่วมกันระหว่างรัฐศาสตร์กับ จริยศาสตร์ คือ ความยุติธรรม สันติวิธี หลักการปกครองบ้านเมืองที่อิงศาสนา การถือหลักเสรีภาพ เสมอภาค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่าง จริยศาสตร์ กับรัฐศาสตร์ จึงอยู่ที่การศึกษาวิธีการปกครองบ้านเมืองโดยยึดหลักแห่งความถูกต้อง และความเป็นธรรม ทั้งตัวบุคคลที่เป็นผู้ปกครองรัฐ และ ตัวบทกฎหมายที่มีต่อสังคม จะต้องเป็นไปตามหลักจริยศาสตร์ ที่ยึดหลักความถูกต้อง ชอบธรรม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-6015644149376825184?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/6015644149376825184/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=6015644149376825184' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/6015644149376825184'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/6015644149376825184'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/09/blog-post.html' title='รัฐศาสตร์กับจริยศาสตร์'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-6992867041637724314</id><published>2009-07-29T22:30:00.000-07:00</published><updated>2009-07-29T22:32:18.010-07:00</updated><title type='text'>10 อันดับสินค้าส่งออกของไทย ปี 2550</title><content type='html'>ที่มา : สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.  เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ 596.2   ล้านบาท&lt;br /&gt;2.  รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ  415.3   ล้านบาท&lt;br /&gt;3.  แผงวงจรไฟฟ้า     278.0   ล้านบาท&lt;br /&gt;4.  ยางพารา     194.4   ล้านบาท&lt;br /&gt;5.  อัญมณี และเครื่องประดับ    185.2   ล้านบาท&lt;br /&gt;6.  เม็ดพลาสติก     179.6   ล้านบาท&lt;br /&gt;7.  เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์   158.6   ล้านบาท&lt;br /&gt;8.  เครื่องจักรกล และส่วนประกอบ   149.8   ล้านบาท&lt;br /&gt;9.  น้ำมันสำเร็จรูป     140.7   ล้านบาท&lt;br /&gt;10.เคมีภัณฑ์     135.2   ล้านบาท&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-6992867041637724314?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/6992867041637724314/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=6992867041637724314' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/6992867041637724314'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/6992867041637724314'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/07/10-2550.html' title='10 อันดับสินค้าส่งออกของไทย ปี 2550'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-8284478676077955571</id><published>2009-07-29T22:28:00.000-07:00</published><updated>2009-07-29T22:30:37.343-07:00</updated><title type='text'>โรคแทรกซ้อนอันตรายสำหรับผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่2009</title><content type='html'>&lt;strong&gt;10 อันดับโรคแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุดของผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. โรคปอด&lt;br /&gt;2. โรคหอบหืด&lt;br /&gt;3. โรคหัวใจ&lt;br /&gt;4. โรคเลือด (ทารัสซีเมีย)&lt;br /&gt;5. โรคไต&lt;br /&gt;6. โรคเบาหวาน&lt;br /&gt;7. โรคมะเร็ง&lt;br /&gt;8. โรคอ้วน&lt;br /&gt;9. โรคตับ&lt;br /&gt;10. โรคที่ต้องกินยาภูมิต้านทาน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-8284478676077955571?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/8284478676077955571/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=8284478676077955571' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/8284478676077955571'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/8284478676077955571'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/07/2009.html' title='โรคแทรกซ้อนอันตรายสำหรับผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่2009'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-5323582018942482171</id><published>2009-07-13T23:04:00.000-07:00</published><updated>2009-07-13T23:06:35.795-07:00</updated><title type='text'>การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การรถไฟแห่งประเทศไทย</title><content type='html'>การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การรถไฟแห่งประเทศไทย&lt;br /&gt;การแปรรูปรัฐวิสาหกิจมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้มีความคล่องตัวเหมือน ภาคเอกชน และลดภาระการลงทุนของภาครัฐ โดยให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับผลประโยชน์สูงสุดที่เกิดขึ้นจากการ ปรับปรุงดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลไทยได้ดำเนินการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเมื่อ 50 ปีก่อนจนถึงปัจจุบันรวมจำนวนกว่า 100 แห่ง ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า การแปรรูปรัฐวิสาหกิจมิใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่ เป็นนโยบายที่รัฐบาลทุกรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2504-2509) จนถึงแผนพัฒนาฯ ฉบับปัจจุบัน&lt;br /&gt;ปัจจุบันมีรัฐวิสาหกิจอยู่ภายใต้การดูแลจำนวน 59 แห่ง ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น 5 สาขาหลักด้วยกันคือ สาขาโทรคมนาคมและสื่อสาร ประปา พลังงาน ขนส่งและรัฐวิสาหกิจอื่นๆ (ซึ่งประกอบด้วย อุตสาหกรรม สังคม เทคโนโลยี การค้าและบริการ เกษตร และสถาบันการเงิน)&lt;br /&gt;สำหรับการโทรคมนาคมสื่อสาร ประปา พลังงาน และขนส่งนั้น อาจกล่าวได้ว่าที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจเป็นผู้ที่กำหนดบทบาทการดำเนินธุรกิจของสาขานั้นๆ มาโดยตลอด รัฐวิสาหกิจหลายแห่งยังอยู่ในระบบผูกขาดหรือกึ่งผูกขาด และต้องการเงินลงทุนหรือเงินสนับสนุนจำนวนมากจากรัฐบาลและการให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมจะลดภาระภาครัฐ และเพิ่มการบริการให้ทั่วถึงและเกิดการแข่งขันมากขึ้น&lt;br /&gt;ในปัจจุบันมีพนักงานรัฐวิสาหกิจประมาณ 320,000 คน ในจำนวนนี้เป็นพนักงานของรัฐวิสาหกิจ ขนาดใหญ่ 10 แห่ง มากกว่า 226,000 คน&lt;br /&gt;การขนส่งทางบก มี 6 รัฐวิสาหกิจได้แก่ &lt;br /&gt;                                   การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)&lt;br /&gt;                  การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)  &lt;br /&gt;                  องค์การรถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) &lt;br /&gt;                  องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) &lt;br /&gt;                  บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และ&lt;br /&gt;                                    องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ.)&lt;br /&gt;การกำกับดูแล &lt;br /&gt;องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่กำกับดูแล จะได้รับการจัดตั้งขึ้นตามแนวทางที่กำหนดในแผนแม่บทโดยการแยกกิจกรรมด้านกำกับดูแลออกจากกระทรวงเจ้าสังกัด ซึ่งโครงสร้างดังกล่าวสามารถลดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปได้ แนวทางมีหลายแบบและจะต้องมีการศึกษาต่อไป ซึ่งอาจทำได้ 2 วิธีคือ จัดตั้งองค์กรกำกับดูแลในระดับกลุ่ม บก เรือ อากาศ หรือตั้งองค์กรกำกับดูแลในกลุ่มย่อยลงไป&lt;br /&gt;หน่วยงานในสาขาการขนส่ง (Transit Authorities)&lt;br /&gt;จะมีการประเมินปรับเปลี่ยนรูปแบบของรัฐวิสาหกิจบางแห่งให้สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดขอบที่กำหนดไว้ หน่วยงานใหม่นี้มีหน้าที่จัดการและดูแลคู่สัญญาเอกชนและผู้รับสัมปทาน หน่วยงานเหล่านี้อาจจัดตั้งขึ้นโดยปรับจากรัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยลดหน้าที่ความรับผิดชอบที่ซ้ำซ้อนของรัฐวิสาหกิจลง&lt;br /&gt;การดำเนินงาน&lt;br /&gt;การให้บริการเป็นหน้าที่หลักของภาคเอกชน โดยรัฐอาจจะแปรรูปหน่วยงานและบริการที่มีอยู่แล้ว และให้เอกชนรายใหม่เข้ามาดำเนินการ จะมีการจัดตั้งระบบที่เอกชนสามารถเข้ามาแข่งขันเพื่อให้บริการที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐจะสามารถลดภาระเงินอุดหนุนลง โดยคุณภาพและระดับการให้บริการยังคงดีเหมือนเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิม &lt;br /&gt;แผนการดำเนินการ &lt;br /&gt;ระยะแรกจำเป็นต้องทำการศึกษาวิเคราะห์สองส่วน ส่วนแรกคือโครงสร้างองค์กรและการกำกับดูแล ส่วนที่สองคือการศึกษาและทบทวนถึงการให้สัมปทาน และการให้ใบอนุญาตเอกชนดำเนินการที่มีอยู่เดิม ผลการศึกษาจะช่วยในการนำเสนอเพื่อปรับปรุงรูปแบบการให้สัมปทานและการให้ใบอนุญาตรวมทั้งหลักพื้นฐานในการกำกับดูแลการให้สัมปทานในอนาคต&lt;br /&gt;มติคณะรัฐมนตรี 3 มิถุนายน 2552 ที่เห็นชอบการปรับโครงสร้างการรถไฟแห่งประเทศไทย&lt;br /&gt;แผนการปรับโครงสร้างการรถไฟแห่งประเทศไทย แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ&lt;br /&gt;(1) ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยรับผิดชอบเฉพาะในส่วนงานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ทั้งหมดของกิจการรถไฟ รวมถึงการก่อสร้าง บำรุงรักษารางรถไฟเท่านั้น &lt;br /&gt;(2) ให้มีการจัดตั้ง “บริษัทเดินรถ” โดยให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ ซึ่งรับผิดชอบดูแลการจัดการเดินรถทั้งการโดยสารและการขนส่งสินค้า ตลอดจน Airport Link ฯลฯ โดยโอนทรัพย์สินของการรถไฟฯ มายังบริษัทดังกล่าว และ &lt;br /&gt;(3) การจัดตั้งบรรษัทบริหารทรัพย์สิน ในรูปแบบ Management Agency ทำหน้าที่บริหารจัดการที่ดิน การจัดเก็บรายได้ และบริหารสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟฯ โดยให้ภาคเอกชนเป็นผู้มีบทบาทหลักในการพัฒนาที่ดิน&lt;br /&gt;ความคิดเห็นของข้าพเจ้า&lt;br /&gt;เห็นด้วยในหลักการของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องจากข้อมูลที่ผ่านมาประสบภาวะขาดทุนมาโดยตลอด  ควรที่จะปรับปรุงการบริหารงานให้ดีขึ้น  ซึ่งการจัดตั้งบริษัทลูกเข้ามาบริหารงานในบางจุด  น่าจะทำให้การบริการดีขึ้น  มีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญน่าจะทำให้การบริหารงานมีผลกำไรเพิ่มขึ้น  ถ้าไม่ถูกแทรกแซงจากการเมือง&lt;br /&gt;และควรที่จะให้ทางสหภาพแรงงานของ รฟท. เข้ามามีส่วนในการพิจารณาโครงการ ด้วยเพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกันขึ้นอีก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-5323582018942482171?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/5323582018942482171/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=5323582018942482171' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/5323582018942482171'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/5323582018942482171'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/07/blog-post.html' title='การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การรถไฟแห่งประเทศไทย'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-3161788326845006915</id><published>2009-06-24T00:03:00.000-07:00</published><updated>2009-06-24T00:05:51.824-07:00</updated><title type='text'>แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 1.4 ล้านล้านบาท</title><content type='html'>แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 1.4 ล้านล้านบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; โครงการลงทุนภายใต้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 ซึ่งมีความพร้อมดำเนินการทันที  ช่วงปีงบประมาณ 2553 รวมวงเงิน 1,063,673 ล้านบาท  ที่ครม. เห็นชอบหลักการไปแล้วคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.  สาขาการบริหารจัดการน้ำ         วงเงิน  222,477 ล้านบาท&lt;br /&gt;2.  สาขาการขนส่ง และ โลจิสติกส์            335,893 ล้านบาท&lt;br /&gt;3.  สาขาพลังงาน            156,621  ล้านบาท&lt;br /&gt;4.  สาขาการสื่อสาร           28,254  ล้านบาท&lt;br /&gt;5.  สาขารางสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว         5,638  ล้านบาท&lt;br /&gt;6.  สาขาโครงสร้างพื้นฐานการศึกษา        128,628  ล้านบาท&lt;br /&gt;7.  สาขาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณสุข        98,234  ล้านบาท&lt;br /&gt;8.  สาขาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสวัสดิภาพของประชาชน   8,482 ล้านบาท&lt;br /&gt;9.  สาขาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์                11,202 ล้านบาท&lt;br /&gt;10 สาขาโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรธรรมชาติ          4,169 ล้านบาท&lt;br /&gt;11. สาขาการพัฒนาการท่องเที่ยว      3,939   ล้านบาท&lt;br /&gt;12. สาขาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์       3,818   ล้านบาท&lt;br /&gt;13. สาขาการลงทุนในระดับชุมชน    59,761   ล้านบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: แก้วกานต์ กองโชค, คอลัมน์ ปลายทางราชดำเนิน. นิตยสาร สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์  &lt;br /&gt;        ฉบับวันที่ 19-25 มิถุนายน 2552&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-3161788326845006915?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/3161788326845006915/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=3161788326845006915' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/3161788326845006915'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/3161788326845006915'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/06/14.html' title='แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 1.4 ล้านล้านบาท'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-2521160402702985534</id><published>2009-06-14T23:16:00.001-07:00</published><updated>2009-06-14T23:16:53.115-07:00</updated><title type='text'>ความหมายของ  จิตวิทยา  สังคมวิทยา  และมานุษยวิทยา</title><content type='html'>ความหมายของ  จิตวิทยา  สังคมวิทยา  และมานุษยวิทยา&lt;br /&gt;(1)  จิตวิทยา (คำนาม) วิชาว่าด้วยจิต,  วิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งว่าด้วยปรากฏการณ์  พฤติกรรม  และกระบวนการของจิต (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)&lt;br /&gt;จิตวิทยา (อังกฤษ: psychology อ่านว่า ไซโคโลจี) คือศาสตร์ที่ว่าด้วยการศึกษาเกี่ยวกับจิตใจ (กระบวนการของจิต) , กระบวนความคิด, และพฤติกรรม ของมนุษย์ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เนื้อหาที่นักจิตวิทยาศึกษาเช่น การรับรู้ (กระบวนการรับข้อมูลของมนุษย์) , อารมณ์, บุคลิกภาพ, พฤติกรรม, และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล จิตวิทยายังมีความหมายรวมไปถึงการประยุกต์ใช้ความรู้กับกิจกรรมในด้านต่าง ๆ ของมนุษย์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน (เช่นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในครอบครัว, ระบบการศึกษา, การจ้างงานเป็นต้น) และยังรวมถึงการใช้ความรู้ทางจิตวิทยาสำหรับการรักษาปัญหาสุขภาพจิต นักจิตวิทยามีความพยายามที่จะศึกษาทำความเข้าใจถึงหน้าที่หรือจุดประสงค์ต่าง ๆ ของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากตัวบุคคลและพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในสังคม ขณะเดียวกันก็ทำการศึกษาขั้นตอนของระบบประสาทซึ่งมีผลต่อการควบคุมและแสดงออกของพฤติกรรม (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)&lt;br /&gt;(2)  สังคมวิทยา (คำนาม) วิชาว่าด้วยเรื่องสังคม (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)&lt;br /&gt;สังคมวิทยา คือ วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับชีวิตทางสังคมของมนุษย์, กลุ่มคน, และสังคม สิ่งที่สาขาวิชานี้สนใจคือ กฏเกณฑ์ และกระบวนการทางสังคม ที่ยึดเหนี่ยวหรือแบ่งแยกผู้คน ทั้งในสภาวะที่เป็นปัจเจก และในฐานะของสมาชิกของสมาคม, กลุ่ม, หรือสถาบัน&lt;br /&gt;สังคมวิทยาสนใจพฤติกรรมมนุษย์ ในฐานะที่เป็นสิ่งมีชีวิตทางสังคม ดังนั้นการศึกษาทางด้านนี้ จึงครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์การพบปะกันของคนที่ไม่รู้จักกันบนท้องถนน ไปจนถึงการศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการทางสังคมในระดับโลก  (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)&lt;br /&gt;(3)  มานุษยวิทยา (คำนาม)  วิชาว่าด้วยเรื่องตัวคน  และสิ่งที่คนสร้างขึ้น (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)&lt;br /&gt;มานุษยวิทยา (anthropology) คือ วิชาที่เกี่ยวกับมนุษย์ มานุษยวิทยา เกิดจาก วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ, มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์  (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-2521160402702985534?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/2521160402702985534/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=2521160402702985534' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2521160402702985534'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2521160402702985534'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/06/blog-post.html' title='ความหมายของ  จิตวิทยา  สังคมวิทยา  และมานุษยวิทยา'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-567543082860398724</id><published>2009-06-14T22:40:00.000-07:00</published><updated>2009-06-14T22:44:07.959-07:00</updated><title type='text'>รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 18 ฉบับ</title><content type='html'>รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 18 ฉบับ&lt;br /&gt;ที่มา:&lt;br /&gt;http://www.pub-law.net/library/library_ocons.html ห้องสมุดกฎหมายมหาชน&lt;br /&gt;http://e-learning.mfu.ac.th/mflu/1604101/chapter3/Lesson10.htm#21 &lt;br /&gt;http://th.wikipedia.org /     &lt;br /&gt;รัฐธรรมนูญ ฉบับแรกของไทย มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475” จากนั้น ราชอาณาจักรไทย ก็ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาตามลำดับ ดังนี้ [4]&lt;br /&gt;1. พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 &lt;br /&gt;2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 &lt;br /&gt;3. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 &lt;br /&gt;4. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 &lt;br /&gt;5. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 &lt;br /&gt;6. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 &lt;br /&gt;7. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502 &lt;br /&gt;8. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 &lt;br /&gt;9. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515 &lt;br /&gt;10. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 &lt;br /&gt;11. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519 &lt;br /&gt;12. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520 &lt;br /&gt;13. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 &lt;br /&gt;14. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 &lt;br /&gt;15. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 &lt;br /&gt;16. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 &lt;br /&gt;17. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 &lt;br /&gt;18. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-567543082860398724?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/567543082860398724/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=567543082860398724' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/567543082860398724'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/567543082860398724'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/06/18.html' title='รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 18 ฉบับ'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-3150319242523322698</id><published>2009-04-02T23:50:00.000-07:00</published><updated>2009-04-02T23:53:47.304-07:00</updated><title type='text'>กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)</title><content type='html'>ความเป็นมา   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2539 ในลักษณะเงินทุนหมุนเวียน ตามนัยมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 ต่อมารัฐบาลได้พิจารณาเห็นความสำคัญของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามากขึ้น จึงได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 มีผลให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  วัตถุประสงค์   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  กยศ. มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพ ระหว่างศึกษา ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอาชีวะศึกษา และระดับอุดมศึกษาได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง    &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์กู้ยืมเงิน   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายสามัญและสายอาชีพ) นักศึกษาระดับอุดมศึกษา (อนุปริญญา ปริญญาตรี) ทั้งภาคปกติ ภาคพิเศษ รวมทั้งการศึกษาประเภทอาชีวศึกษา (ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง อนุปริญญา ปริญญาตรี)    &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  1.  เป็นผู้มีสัญชาติไทย  &lt;br /&gt;2.  เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ หมายความว่า มีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาท/ปี(ยกเว้นผู้ขอกู้ยืมรายเก่า ตั้งแต่ปีการศึกษา 2541 ย้อนหลังไป จะต้องมีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 300,000 บาท/ปี  &lt;br /&gt;3.  เป็นผู้ที่มีผลการเรียนดี ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลของสถาบันการศึกษา  &lt;br /&gt;4. เป็นผู้มีความประพฤติดี  &lt;br /&gt;5. เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบประกาศสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในโรงเรียนสถานศึกษา หรือสถานศึกษาที่อยู่ใน สังกัดการควบคุมหรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงหรือส่วนราชการอื่นๆ ทบวงมหาวิทยาลัย รัฐวิสาหกิจ  &lt;br /&gt;6. ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน  &lt;br /&gt;7. ไม่เป็นผู้ที่ทำงานในระหว่างศึกษา  &lt;br /&gt;8. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  &lt;br /&gt;9. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก วันแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ &lt;br /&gt;10. ต้องมีอายุในขณะที่ขอกู้โดยเมื่อนับรวมกับระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี และระยะเวลาผ่อนชําระอีก 15 ปี รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 60 ปี &lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  วิธีการขอกู้ยืม   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  1. ให้นักศึกษาขอแบบคำขอกู้ยืมได้ที่สถานศึกษา   &lt;br /&gt;  2. กรอกแบบคำขอกู้ยืม   &lt;br /&gt;  3. ยื่นแบบคำขอกู้ยืม ณ สถานศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่   &lt;br /&gt;  4. เมื่อได้รับอนุมัติจากสถานศึกษา ให้ทำสัญญาโดยมีการประกันสัญญากู้ยืม   &lt;br /&gt;  5. ให้เปิดบัญชีออมทรัพย์กับธนาคารกรุงไทยสาขาใดก็ได้   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  ผู้ค้ำประกันในสัญญากู้ยืมเงิน   &lt;br /&gt;  1. บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง   &lt;br /&gt;  2. กรณีบิดามารดาเสียชีวิต ให้ผู้ปกครองที่รับอุปการะเลี้ยงดูลงนามแทน   &lt;br /&gt;  3. บุคคลที่ประกอบอาชีพมีรายได้น่าเชื่อถือ   &lt;br /&gt;  4. กรณีคู่สมรสของผู้ค้ำประกันไม่ให้ความยินยอมให้ผู้ค้ำประกันลงนามฝ่ายเดียวได้   &lt;br /&gt;  5. กรณีไม่มีบุคคลค้ำประกัน ให้ใช้หลักทรัพย์แทน   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  การลงนามค้ำประกันในสัญญากู้ยืมเงิน   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  ให้ผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อค้ำประกันในสัญญากู้ยืมต่อหน้าสถานศึกษา หากผู้ค้ำประกันมีที่อยู่ห่างไกลจากสถานศึกษาให้จัดส่งสัญญาให้ผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อค้ำประกันได้ และต้องให้เจ้าพนักงานทะเบียนท้องที่ (อำเภอ) หรือเจ้าพนักงานทะเบียนท้องถิ่น (เทศบาลหรือสำนักงานเขต) ในเขตพื้นที่ที่ผู้ค้ำประกันอาศัยอยู่ ลงนามรับรองลายมือชื่อของผู้ค้ำประกัน   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  บุคคลผู้รับรองรายได้ในสัญญากู้ยืมเงิน   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  1. ข้าราชการระดับ 5 ขึ้นไป หรือเทียบเท่า หากรับราชการทหาร หรือตำรวจ ต้องมียศตั้งแต่พันตรีขึ้นไป   &lt;br /&gt;  2. ผู้บริหารสถานศึกษา (ทั้งสถานที่เดิม หรือที่ใหม่)   &lt;br /&gt;  3. ผู้ปกครองท้องถิ่นระดับผู้ใหญ่บ้านขึ้นไป   &lt;br /&gt;  (ส่วนพนักงานรัฐวิสาหกิจ นายกเทศมนตรีหรือตำแหน่งอื่นที่นอกเหนือจากนี้ไม่สามารถรับรองได้)   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  เงื่อนไขและข้อปฏิบัติที่ควรทราบในการทำสัญญากู้ยืม   &lt;br /&gt;      &lt;br /&gt;  ต้องไม่ทําสัญญาเกินขอบเขตวงเงินกู้ยืมที่ได้รับ &lt;br /&gt;ให้ผู้กู้ยืมเงินกรอกสัญญาให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเลขบัตรประจําตัวประชาชน ที่อยู่ ระดับการศึกษา และชั้นปีการศึกษา หากเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วนจะมีผลให้การพิจารณาอนุมัติเงินกู้ยืมล่าช้า &lt;br /&gt;กรณีมีการแก้ไขแห่งใดในสัญญา ผู้กู้ยืมต้องลงลายมือชื่อกำกับทุกแห่ง และห้ามใช้น้ำยาลบคำผิด (ลิควิดเปเปอร์) และหากกรอกข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงจะถือว่าให้ข้อมูลเป็นเท็จ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา &lt;br /&gt;เอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง โดยเจ้าของเอกสารเป็นผู้ลงลายมือชื่อด้วยตนเอง ได้แก่ ผู้กู้ยืม บิดามารดา ผู้ปกครอง และผู้ค้ำประกัน ผู้รับรองเงินเดือนหรือรายได้ อาจารย์แนะแนวและอาจารย์ที่ปรึกษา เป็นต้น &lt;br /&gt;ผู้กู้ยืมที่ศึกษาชั้นปีสุดท้ายของหลักสูตร ให้ระบุ “ชั้นปีสุดท้าย” ที่มุมขวาของสัญญาด้วย &lt;br /&gt;ผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน ผู้แทนโดยชอบธรรม (กรณีผู้กู้ยืมยังไม่บรรลุนิติภาวะ) ต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง &lt;br /&gt;ผู้กู้ยืม ผู้ค้ำประกัน ผู้แทนโดยชอบธรรม (กรณีที่มิใช่บิดาหรือมารดา) ให้ใช้ทั้ง สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน และสําเนาทะเบียนบ้าน และต้องรับรองสําเนาด้วยตนเองทุกฉบับ ในกรณีที่ผู้ค้ำประกัน ผู้แทนโดยชอบธรรม เป็นบุคคลเดียวกันให้ใช้สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน และสําเนาทะเบียนบ้านเพียงชุดเดียว &lt;br /&gt;เอกสารสัญญาจัดทำขึ้น 2 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกันโดยผู้กู้ยืมต้องจัดเก็บสัญญากู้ยืมคู่ฉบับไว้กับตนเองจนกว่าจะชำระหนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว &lt;br /&gt;ผู้กู้ยืมต้องเก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มไว้กับตนเอง แม้ว่าในภายหลังจะบอกเลิกสัญญาการกู้ยืมก็ตาม และไม่ควรให้ผู้อื่นทราบรหัสบัตรเอทีเอ็มของตน &lt;br /&gt;เพื่อสิทธิประโยชน์ในอนาคตของผู้กู้ยืม ต้องแจ้งสถานภาพกับธนาคารกรุงไทย ได้ทราบในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว (แบบฟอร์ม กยศ. 203) ดังนี้ &lt;br /&gt;ชื่อ – นามสกุล &lt;br /&gt;ที่อยู่ปัจจุบัน และที่อยู่ตามภูมิลำเนา   &lt;br /&gt;การย้ายสถานศึกษา   &lt;br /&gt;การสำเร็จการศึกษา  &lt;br /&gt;การเลิกการศึกษา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-3150319242523322698?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/3150319242523322698/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=3150319242523322698' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/3150319242523322698'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/3150319242523322698'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/04/blog-post.html' title='กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-5698817471223101590</id><published>2009-02-18T20:23:00.000-08:00</published><updated>2009-02-18T20:33:19.117-08:00</updated><title type='text'>รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550</title><content type='html'>&lt;a href="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/f/fa/King_Sign_2550_Constitution.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;width: 450px; height: 317px;" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/f/fa/King_Sign_2550_Constitution.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี&lt;br /&gt;พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงลงพระปรมาภิไธยในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 &lt;br /&gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ &lt;br /&gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เป็นกฎหมายสูงสุด ว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองราชอาณาจักรไทยที่เป็นลายลักษณ์อักษร ฉบับที่ 18 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กลุ่มนายทหารที่ทำรัฐประหารเพื่อยึดอำนาจการปกครองได้สำเร็จเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 และได้ประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 สิ้นสุดลง แล้วประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 แทน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านการแปรญัตติ (การเสนอความคิดเห็นและขอแก้ไขเพิ่มเติม) จากนั้นจึงแจกจ่ายเผยแพร่ไปยังประชาชนทั่วประเทศ เพื่อจัดให้มีการออกเสียงประชามติในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร่างรัฐธรรมนูญได้รับการสนับสนุนและต่อต้านจากหลายฝ่าย ในเรื่องของขั้นตอนการร่างและเนื้อหา ประเด็นการวิจารณ์หลักอยู่ที่การขาดความมีส่วนร่วมจากประชาชนในการร่าง การที่ คมช. ผูกขาดการแต่งตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ การแก้ให้สมาชิกวุฒิสภาเกือบครึ่งหนึ่งมาจากการแต่งตั้ง การลดความมั่นคงของฝ่ายบริหารและระบบพรรคการเมือง การลดขนาดของสภาผู้แทนราษฎร การเพิ่มอำนาจของฝ่ายทหารและฝ่ายข้าราชการ และการนิรโทษกรรมผู้ที่ก่อรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบในการออกเสียงประชามติ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ มีสิทธินำรัฐธรรมนูญในอดีตฉบับใดก็ได้ มาดัดแปลงแก้ไข และประกาศใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ผลการออกเสียงประชามติพล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีกลาโหม ได้ระบุว่า "การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อร่างรัฐธรรมนูญได้รับประชามติมันถึงจะเรียบร้อย ถ้าหากว่าไม่รับประชามติแล้วก็จะเป็นปัญหาที่วุ่นวายต่อเนื่องไม่จบง่าย ๆ ฉะนั้นการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่การออกเสียงประชามติผ่านพ้นไป โดยมีผู้เห็นชอบ 57.81% จากผู้ไปใช้สิทธิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงพระปรมาภิไธยในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ จากนั้นจึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การแต่งตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;ดูบทความหลักที่ สภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550&lt;br /&gt;ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 สภาร่างรัฐธรรมนูญมีหน้าที่จัดร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยมีขั้นตอนการแต่งตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ แต่งตั้ง สมัชชาแห่งชาติ จำนวน 2,000 คน (มาตรา 22) &lt;br /&gt;สมัชชาแห่งชาติ กรอง ผู้มีสิทธิเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 200 คน โดยเลือกให้เสร็จภายใน 7 วัน (มาตรา 22) &lt;br /&gt;คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ กรอง ผู้มีสิทธิเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จาก 200 คน เหลือ 100 คน (มาตรา 22) &lt;br /&gt;ผู้มีสิทธิเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กรอง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 25 คน สมัชชา (มาตรา 25) &lt;br /&gt;คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ แต่งตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยตรง อีกจำนวน 10 คน (มาตรา 22) &lt;br /&gt;ขั้นตอนการแต่งตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้ถูกต่อต้าน ทั้งจากกลุ่ม นักวิชาการ นักวิชาการที่เคยต่อต้านรัฐบาลของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร และ กลุ่มสิทธิมนุษยชนสากล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แนวทางของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ&lt;br /&gt;พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ได้ให้แนวทางกับสภาร่างรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ห้ามไม่ให้บุคคลใดมีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรีเกินสองสมัย &lt;br /&gt;ห้ามไม่ให้รัฐบาลทำหน้าที่รักษาการในช่วงระหว่างการยุบสภาจนถึงการเลือกตั้ง &lt;br /&gt;แก้ให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้งด้วย แทนที่จะมาจากการเลือกตั้งเพียงวิธีเดียว &lt;br /&gt;อนุญาตให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย้ายพรรคได้ง่ายขึ้น &lt;br /&gt;แก้ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ง่ายขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;สภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้วางแนวทางการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยยึดตามแนวทางและแก้ไขจุดอ่อนของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญนี้ 4 ประการ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุ้มครอง ส่งเสริม ขยายสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนอย่างเต็มที่ &lt;br /&gt;ลดการผูกขาดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจประชาชน &lt;br /&gt;การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรม และจริยธรรม &lt;br /&gt;ทำให้องค์กรตรวจสอบมีความอิสระ เข้มแข็ง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ปกหนังสือร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีการแจกจ่ายตามบ้านรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ มีเนื้อหาสาระตามหมวดต่างๆ ดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;คำปรารภ &lt;br /&gt;หมวด 1 บททั่วไป (มาตรา 1-7) &lt;br /&gt;หมวด 2 พระมหากษัตริย์ (มาตรา 8-25) &lt;br /&gt;หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย (มาตรา 26-69) &lt;br /&gt;หมวด 4 หน้าที่ของชนชาวไทย (มาตรา 70-74) &lt;br /&gt;หมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ (มาตรา 75-87) &lt;br /&gt;หมวด 6 รัฐสภา (มาตรา 88-162) &lt;br /&gt;หมวด 7 การมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน (มาตรา 163-165) &lt;br /&gt;หมวด 8 การเงิน การคลัง และงบประมาณ (มาตรา 166-170) &lt;br /&gt;หมวด 9 คณะรัฐมนตรี (มาตรา 171-196) &lt;br /&gt;หมวด 10 ศาล (มาตรา 197-228) &lt;br /&gt;หมวด 11 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ (มาตรา 229-258) &lt;br /&gt;หมวด 12 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ (มาตรา 259-278) &lt;br /&gt;หมวด 13 จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ (มาตรา 279-280) &lt;br /&gt;หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา 281-290) &lt;br /&gt;หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (มาตรา 291) &lt;br /&gt;บทเฉพาะกาล (มาตรา 292-309) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเด็นข้อเรียกร้อง&lt;br /&gt;ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบุคคลและองค์กรต่าง ๆ ออกมาเรียกร้องในหลายประเด็น เช่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การแก้ให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง แทนที่จะมาจากการเลือกตั้ง เดิมในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 สมาชิกวุฒิสภา มาจากการเลือกตั้ง สภาร่างรัฐธรรมนูญได้แก้ไขให้มาจากการแต่งตั้งโดยกลุ่มทหารและข้าราชการ นาย วิชา มหาคุณ อดีตผู้พิพากษา และกรรมการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้สนับสนุนการแต่งตั้งวุฒิสมาชิก โดยกล่าวว่า "เรารู้กันดีว่าการเลือกตั้งสว.เป็นเรื่องการเล่นตลกร้ายของตระกูลนักการเมือง ทำไมชาวบ้านถึงอยากให้เห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย? ชาวบ้าน และโดยเฉพาะนักวิชาการ ที่อยากให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะก่อให้เกิด ประชาธิปไตยที่แท้จริง กำลังคิดแบบฝันลอย การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นปัญหา สภา เหมือนที่เห็นกันในอดีต ดังนั้น ทำไมชาวบ้านไม่อยากให้กลุ่มผู้พิพากษาช่วยเลือกให้?"[10] &lt;br /&gt;การลดความมั่นคงของฝ่ายบริหารและระบบพรรคการเมือง เดิมในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้งมีความมั่นคง และระบบพรรคการเมืองเพิ่มความสำคัญขึ้น สภาร่างรัฐธรรมนูญได้แก้ไขให้ฝ่ายบริหารและระบบพรรคการเมืองลดอำนาจเบ็ดเสร็จลง โดยทำให้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ง่ายขึ้น อนุญาตให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย้ายพรรคได้ง่ายขึ้น และไม่อนุญาตให้บุคคลใดมีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรีเกินสองสมัย &lt;br /&gt;การไม่บัญญัติพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ โดย มหามกุฏราชวิทยาลัย, มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก, ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย, คณะสงฆ์อณัมนิกาย และอีก 300 องค์กรได้รณรงค์ให้มีการบัญญัติคำว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ไม่สำเร็จ &lt;br /&gt;การเรียกร้องให้เปลี่ยนนามประเทศไทยเป็นสยาม โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงทางเชื้อชาติ ภาษาและอัตลักษณ์วัฒนธรรม ตรงตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เพื่อหลักการณ์ของความสมานฉันท์ ยอมรับในความหลากหลายทางเชื้อชาติ &lt;br /&gt;การเรียกร้องเรื่องความเสมอภาคของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศโดยกลุ่มเกย์ 10 องค์กร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความแตกต่างระหว่างรัฐธรรมนูญ 2550 กับ 2540&lt;br /&gt;รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 แตกต่างจากฉบับ พ.ศ. 2540 อยู่หลายประการ ดังจะเห็นว่ามีการถอดรื้อโครงสร้าง เช่น สิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ องค์กรอิสระ อำนาจตุลาการ การเงินการคลังงบประมาณ ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัฐธรรมนูญ 2540 ได้รับการกล่าวขานว่ามีความก้าวหน้าเนื่องจากนำแนวคิดใหม่ ๆ ที่ลอกเลียนจากต่างประเทศมาใช้ แต่เมื่อบังคับใช้จริงก็ดูจะไม่ค่อยสอดคล้องกับวัฒนธรรมการเมืองไทย เพราะเกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวงขนาดใหญ่ การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวางทั้งกรณีการฆ่าตัดตอน 2 พันศพ อุ้มฆ่าแกนนำภาคประชาชนที่ต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมในพื้นที่ เช่น กรณีของ สมชาย นีละไพจิตร นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ 2540 ถูกวิจารณ์ว่าทำให้ฝ่ายการเมืองเข้มแข็งเกินไปจนเกิดระบบผู้นำกึ่งประธานาธิบดี รัฐธรรมนูญ 2550 จึงถูกวิจารณ์ว่ามีอคติต่อ "ระบอบทักษิณ" ที่มีคำอธิบายว่าเป็นเผด็จการทุนนิยม ใช้อำนาจผ่านพรรคการเมืองใหญ่ ทำให้เกิดผู้นำเดี่ยวที่สามารถใช้อำนาจได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ละเลยต่อเสียงปัญญาชนในสังคม สุดท้ายจึงสร้างปัญหาต่อระบอบประชาธิปไตยจนก่อตัวเป็นวิกฤตการเมือง รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงมีข้อห้ามต่าง ๆ ที่เป็นพฤติกรรมของระบอบทักษิณ เช่น ห้ามควบรวมพรรคการเมืองในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร การทำเอฟทีเอต้องฟังความเห็นจากรัฐสภา เข้มงวดต่อการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและจริยธรรมของนักการเมือง สร้างมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดแข็งของรัฐธรรมนูญ 2550 คือบทบัญญัติเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน เช่น รัฐต้องจัดสวัสดิการขั้นพื้นฐานแก่ประชาชนทุกชนชั้น ผู้ยากไร้ ผู้พิการ ทุพพลภาพต้องได้รับการศึกษาทัดเทียมบุคคลอื่น ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ผู้สูงอายุ ไม่มีรายได้เพียงพอ ต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ ให้สิทธิประชาชนได้รับหลักประกันและสวัสดิภาพในการทำงาน ให้สิทธิแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐในการรวมกลุ่มเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตน ที่สำคัญคือให้มีผลบังคับทันที ต่างจากรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ระบุข้อความท้ายมาตราต่างๆ ว่า "ทั้งนี้ ตามที่ กฎหมายบัญญัติ" หมวดที่ได้รับการบัญญัติขึ้นมาใหม่ เช่น "สิทธิชุมชน" ชุมชนสามารถปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรท้องถิ่นของตน หรือการกำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความเห็นหากโครงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตหรือทรัพยากรธรรมชาติ หมวด "การมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน" ให้ประชาชนเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย หรือถอดถอนนักการเมืองที่ประพฤติมิชอบได้ง่ายขึ้น ประชาชนมีโอกาสยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยตรง รวมถึงการ ให้รัฐต้องจัดให้มีกฎหมายการจัดตั้งกองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมวด "แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ" มีสภาพบังคับให้รัฐต้องทำซึ่งต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ที่จะทำหรือไม่ก็ได้ เพิ่มเนื้อหามุ่งกระจายความเป็นธรรมในสังคม และปกป้องทรัพย์สินของชาติ เช่น ปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีอากร การปฏิรูปที่ดิน จัดให้มีการวางผังเมืองเพื่อให้เกษตรกรมีสิทธิในที่ดินอย่างทั่วถึง คุ้มครองสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานไม่ให้เกิดการผูกขาด หรือ หากรัฐบาลจะทำสนธิสัญญาที่มีผลต่อความมั่นคงทางสังคมหรือเศรษฐกิจ เช่น เอฟทีเอต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน จุดเด่นอื่น ๆ คือ มาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนที่เข้มแข็งขึ้น เช่น ห้ามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี รวมถึงภรรยาและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท กำหนดให้ ส.ส. และ ส.ว. ตลอดจนคู่สมรสและบุตร ห้ามรับหรือแทรกแซงสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม กำหนดให้ ส.ส. และ ส.ว. แสดงบัญชีทรัพย์สิน จากเดิมที่กำหนดเฉพาะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี และได้เพิ่มหมวด "จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ" สร้างกลไกควบคุมการใช้อำนาจให้เป็นไปโดยสุจริตและเป็นธรรม นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงระบบตรวจสอบโดยรื้อที่มาองค์กรอิสระทั้งหมด ป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงกระบวนการสรรหาอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม มีข้อท้วงติงในประเด็นโครงสร้างของสถาบันการเมือง เช่น ที่มาของ ส.ส. และ ส.ว. หรือการให้อำนาจฝ่ายตุลาการเข้ามาแก้ปัญหาฉ้อฉลทางการเมือง ด้วยการเพิ่มบทบาทในการคัดเลือกผู้ทำหน้าที่องค์กรอิสระ และร่วมสรรหา ส.ว. จำนวน 74 คน เป็นที่มาของข้อครหาว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับอำมาตยาธิปไตย ที่ให้อำนาจชนชั้นนำกับขุนนางผ่านทางวุฒิสภาและตุลาการเพื่อสร้างฐานอำนาจ แต่คำชี้แจงอีกด้านกล่าวว่า สภาพวัฒนธรรมการเมืองไทยในปัจจุบัน การให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยหวังว่าจะปลอดจากการครอบงำของพรรคการเมืองคงยังไม่เกิดขึ้นง่าย ๆ ดังจะเห็นได้จากการเลือกตั้ง ส.ว. สองครั้งที่ผ่านมาซึ่งอยู่ในสภาพ "สภาผัวเมีย-สภาบริวาร" ขณะที่การสรรหา ส.ว.อาจได้ตัวแทนหลายสาขาอาชีพกว่า ทำให้การทำงานด้านนิติบัญญัติมีประสิทธิภาพ อีกประเด็นหนึ่งคือการเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง ส.ส. ไปใช้แบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ เป็นที่เกรงกันว่าจะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอเพราะผู้สมัครในพรรคเดียวกันจะแย่งคะแนนกันเอง และการทุ่มเงินซื้อเสียงจะมีมากขึ้นเมื่อเทียบกับระบบเขตเดียวคนเดียว โครงสร้างการเมืองใหม่ที่ลดการผูกขาดอำนาจ มีมาตรการตรวจสอบมากมาย และให้สิทธิประชาชนฟ้องร้องศาลรัฐธรรมนูญหากรัฐไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลให้เสถียรภาพของรัฐบาลใหม่อ่อนแอลง แต่ผู้ร่างชี้แจงว่ากติกาเช่นว่านี้บังคับให้รัฐบาลต้องตอบสนองประชาชน หากละเมิดต่อหลักรัฐธรรมนูญก็จะอยู่ลำบาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การออกเสียงประชามติ&lt;br /&gt;ดูบทความหลักที่ การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;ร้อยละของผู้เห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญ แบ่งตามจังหวัดร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ได้เปิดให้ประชาชนออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ช่วงเวลา 8.00 น.ถึง 16.00 น. โดยใช้วิธีกากบาทลงบัตรเหมือนการเลือกตั้ง ในกรณีที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้บังคับแล้ว ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในกรณีที่เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบให้ใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สภาร่างรัฐธรรมนูญจะสิ้นสุดลง คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติจะประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ได้เคยประกาศใช้บังคับมาแล้วฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันออกเสียงประชามติ และนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลการออกเสียงตามรายงานผลอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2550[21]&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลการออกเสียง: &lt;br /&gt;จำนวนผู้มาใช้สิทธิ                                      25,978,954 57.61% &lt;br /&gt;จำนวนผู้ไม่มาใช้สิทธิ                                  19,114,001 42.39% &lt;br /&gt;ผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด                              45,092,955  &lt;br /&gt;การลงคะแนน: &lt;br /&gt;บัตรที่นับเป็นคะแนน                                   25,474,747 98.06% &lt;br /&gt;บัตรที่ไม่นับเป็นคะแนน (บัตรเสีย/การคืนบัตร/อื่น ๆ) 504,207 1.94% &lt;br /&gt;รวม                                                        25,978,954  &lt;br /&gt;การเห็นชอบและไม่เห็นชอบ: &lt;br /&gt;เห็นชอบ                                                  14,727,306 57.81% &lt;br /&gt;ไม่เห็นชอบ                                              10,747,441 42.19% &lt;br /&gt;รวม                                                        25,474,747  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การประกาศบังคับใช้&lt;br /&gt;วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 โดยมีนายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ ส.ส.ร. นางสุวิมล ภูมิสิงหราช เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช. พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูงของรัฐสภาเข้าร่วมในพิธี จากนั้นนายมีชัยพร้อมคณะเดินทางไปยังพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายร่าง รธน. เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชมเชย ส.ส.ร.ว่าอุตสาหะร่าง รธน.จนเสร็จ เพราะยากมาก จากนั้นจึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศต่อไป ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้เตรียมการไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีรายงานว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้จัดทำไว้ทั้งสิ้น 3 เล่ม หลังจากทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วจะนำไปเก็บไว้ 3 แห่งด้วยกัน ฉบับที่ทำด้วยทองคำแท้จะเก็บไว้ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่วนอีก 2 เล่ม ที่ทำด้วยเงินกะไหล่ทอง เก็บไว้ที่สำนักราชเลขาธิการ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขั้นตอนสำคัญที่เกิดภายหลังทรงลงพระปรมาภิไธย คือ การประทับพระราชลัญจกร 4 องค์ประกอบด้วย พระราชลัญจกรมหาโองการ พระราชลัญจกรไอยราพต พระราชลัญจกรหงสพิมาน และพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์ รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับมีจำนวน 592 หน้า 2,368 บรรทัด มีน้ำหนัก 7 กิโลกรัม และปกมีตราพระครุฑพ่าห์ติด พร้อมลงรักปิดทองทั้ง 6 ด้านตามโบราณราชประเพณี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ อันประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว., ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประชุมนัดแรกเพื่อเลือกประธาน ผลปรากฏว่ามีการเสนอชื่อ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สมาชิก สนช. และนายวิษณุ เครืองาม แต่นายวิษณุขอถอนตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อมาที่ประชุมมีมติให้นายวิษณุ เป็นรองประธาน กมธ.คนที่ 1 นายสุจิต บุญบงการ เป็นรองประธานคนที่ 2 และเป็นประธานอนุ กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. นายยุวรัตน์ กมลเวชช เป็นรองประธาน คนที่ 3 และเป็นประธานอนุ กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. ส่วนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นรองประธาน คนที่ 4 และเป็นประธานอนุ กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง โดยนางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ เป็นเลขานุการ กมธ. นายเจษฎ์ โทณะวณิก เป็นรองเลขาฯ นายประพันธ์ คูณมี นายคำนูณ สิทธิสมาน และนายธงทอง จันทรางศุ เป็นโฆษก กมธ.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การแก้รัฐธรรมนูญ&lt;br /&gt;ดูบทความหลักที่ การแก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550&lt;br /&gt;หลังจากพรรคพลังประชาชนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้มีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่เป็นการนำเนื้อหาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 กลับมาใช้ และมีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกหลายส่วน ซึ่งปรากฏว่าได้มีหลายฝ่ายออกมาคัดค้าน โดยระบุว่าอาจนำไปสู่วิกฤตทางการเมืองเพราะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง เป็นเหตุให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2551&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-5698817471223101590?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/5698817471223101590/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=5698817471223101590' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/5698817471223101590'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/5698817471223101590'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/02/2550.html' title='รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-8073924356121375747</id><published>2009-02-15T21:47:00.000-08:00</published><updated>2009-02-15T21:50:34.902-08:00</updated><title type='text'>ขั้นตอนการทำมัมมี่</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.sf.ac.th/workstd/websbac_mpnew/test/Image.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 305px; height: 291px;" src="http://www.sf.ac.th/workstd/websbac_mpnew/test/Image.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ในสมัยอียิปต์โบราณ เมื่อมีคนตายก็จะนำศพไปฝังไว้ในทะเลทรายอันร้อนระอุ ความร้อน และความแห้งแล้งทำให้ร่างกายแห้งอย่างรวดเร็ว โดยที่แบคทีเรียไม่มีโอกาสได้ย่อยสลายศพเสียก่อน จึงกลายเป็นมัมมี่ไปตามธรรมชาติ คงจะมีการค้นพบโดยบังเอิญ เป็นศพชาวอียิปต์โบราณที่ถูกฝังตามธรรมดา โดยมิได้มีการตบแต่งทำให้ไม่มีการย่อยสลายแต่อย่างไร แต่ศพที่กลายเป็นมัมมี่ไปตามธรรมชาติก็อยู่รอดมาให้ค้นพบได้ในสมัยปัจจุบัน ต่อมาชาวอียิปต์ก็เริ่มใช้โลงบรรจุศพก่อนฝัง เพื่อป้องกันมิให้สัตว์ป่าแทะกินศพ แต่ก็กลับพบว่า ซากศพที่ฝังในโลง ได้เปื่อยเน่าไป ไม่แห้งและอยู่คงทนเหมือนแต่ก่อน เพราะโลงศพทำหน้าที่เก็บกักความชื้นจากร่างกาย เพียงพอที่จะอำนวยให้แบคทีเรียเจริญเติบโต และทำการย่อยสลายให้ศพเน่าเปื่อยสูญไปได้ &lt;br /&gt;ต่อมาอีกหลายร้อยปี ชาวอียิปต์ก็ได้ศึกษาทดลองวิธีต่างๆเพื่อจะรักษาสภาพศพให้คงทนอยู่ได้ กรรมวิธีในการรักษาศพให้คงทน ประกอบด้วยการแช่อาบศพด้วยสิ่งที่ชะงักการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย แล้วพันด้วยแถบผ้าลินิน ปัจจุบันเราเรียกกรรมวิธีนี้ว่า การทำมัมมี่ &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 1. ศพถูกนำไปยังเต๊นท์พิเศษ ที่เรียกว่า อีบู ซึ่งมีความหมายว่า สถานที่ชำระศพให้บริสุทธิ์ ผู้ทำมัมมี่จะอาบศพด้วยเหล้าที่ทำจากน้ำตาลสด และชำระล้างด้วยน้ำจากแม่น้ำไนล์ &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 2. ช่างก็จะผ่าช่องท้องด้านซ้ายเพื่อเอาอวัยวะภายในออก เนื่องด้วยอวัยวะภายใน ซึ่งมีความชื้นสูง จะเป็นสิ่งแรกที่เน่าสลายอย่างรวดเร็ว จึงต้องเอาออก เหลือไว้แต่หัวใจที่จะทิ้งไว้ภายในศพ เพราะพวกเขาเชื่อว่า หัวใจคือศูนย์รวมแห่งปัญญาและความรับรู้ทั้งปวง ที่ผู้ตายยังต้องการใช้ในโลกแห่งวิญญาณ &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 3. ส่วน ตับ ปอด กระเพาะ และลำไส้ จะถูกนำมาชำระล้างจนสะอาด แล้วนำไปกลบไว้ด้วยเกลือเม็ดที่เรียกว่า Natron ซึ่งเป็นเกลือโซเดียมคาร์บอร์เนต ... &lt;br /&gt;แล้วเขาจะสอดตะขอผ่านเข้าทางช่องจมูก เพื่อเกี่ยวเอาเนื้อสมองออกมา เพราะสมองก็เหมือนอวัยวะภายในที่มีความชื้นสูง ถ้าทิ้งไว้จะทำให้แห้งยาก และก่อให้เกิดการย่อยสลายได้ง่าย &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 4. จากนั้นก็เอาศพไปวางกลบด้วยเกลือเม็ดให้แห้ง ของเหลวจากร่างกาย และผ้าที่ใช้ในการเตรียมศพทุกชิ้น ก็จะเก็บรักษาไว้อย่างดี เพื่อนำไปฝังพร้อมกับศพ &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 5. ช่องว่างภายในก็ใส่เกลือเม็ด ไว้เพื่อป้องกัน การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อันจะทำให้ร่างเปื่อยเน่าสูญสลายไปได &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 6. ศพจะถูกแช่เกลือไว้สี่สิบวันจนแห้งดี แล้วจะถูกนำมาชำระล้างด้วยน้ำจากแม่น้ำ &lt;br /&gt;ไนล์อีก แล้วจะเคลือบผิวหนังด้วยน้ำมันเพื่อให้ผิวหนังคงสภาพอ่อนนุ่มไม่แห้งกระด้างไปตามกาล เวลา &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 7. อวัยวะภายในที่แห้งแล้วจากการแช่เกลือ ก็จะถูกนำกลับมาบรรจุในในโถ อาโทพุต 4 อัน ได้แก่ โถหน้าลิง สุนัข เหยี่ยว และคน &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 8. แล้วจะเติมด้วยของแห้งอย่างอื่นให้เต็ม เช่นขี้เลื่อยหรือใบไม้และผ้าลินิน เพื่อให้ดูเหมือนยามมีชีวิตอยู่ ไม่ยุบตัวลงไปตามกาลเวลาในภายหลัง &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 9. จากนั้นก็จะชำระศพด้วยน้ำมันหอมอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะนำไปพันผ้าลินินในขั้นต่อไป การพันห่อมัมมี่ &lt;br /&gt;ขั้นแรก ศีรษะและลำคอจะถูกพันก่อน ด้วยแถบผ้าลินินอย่างดี แล้วก็จะพันนิ้วมือและนิ้วเท้าแยกกันทีละนิ้ว แล้วก็พันห่อแขนและขา แต่ละทบก็จะใส่เครื่องราง เพื่อปกปักรักษาผู้ตายในระหว่างการเดินทางไปสู่ภพใหม่ &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 10. ในขณะที่ร่างของมัมมี่กำลังถูกห่อพันด้วยผ้าลินิน ก็จะมีพระท่องมนต์เพื่อขจัดสิ่งที่เลวร้ายมิให้แผ้วพาน ผู้ตาย และเป็นการช่วยให้ผู้ตายเดินทางได้สะดวกในภพหน้า &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 11. แล้วแขนขามัมมี่ก็จะถูกพันเข้ากับส่วนร่าง ตำรา "มนตราสำหรับผู้ตาย" ก็จะรวมห่อไปด้วยให้ถือไว้ในมือของมัมมี่ &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 12. จากนั้นก็จะพันผ้าเพิ่มรวมให้ร่างถูกพันรวมกันหมด แต่ละชั้นของผ้าลินิน ผู้ทำมัมมี่ก็จะทาไว้ด้วยเรซิน เพื่อให้ผ้าลินินยึดติดกันไม่หลุดรุ่ยออกได้ง่าย แล้วห่อด้วยผ้าผืนใหญ่อีกทีหนึ่ง จากนั้นก็จะวาดรูปเทพ โอซีรีส บนผ้าที่ห่อมัมมี่นั้น &lt;br /&gt;ขั้นตอนที่ 13. จากนั้นก็เอาผ้าผ้นใหญ่ห่ออีกชั้นหนึ่ง แล้วมัดตราสังข์ด้วยแถบผ้าลินินตลอดร่างอย่างแน่นหนาอีกเป็นครั้งสุดท้าย &lt;br /&gt;จากนั้นก็ปิดด้านบนของมัมมี่ด้วยแผ่นกระดานก่อนที่จะเอาไปใส่ในโลงศพสองโลงซ้อนกัน ในพิธีศพ ญาติพี่น้องของผู้ตายมาไว้อาลัยและทำพิธี "เปิดปากศพ" เพื่อเป็นการเลี้ยงอาหารให้ผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย &lt;br /&gt;ขั้นสุดท้าย ก็จะเอาโลงไปใส่ในโลงหินแกะสลัก ที่ตั้งอยู่ในสถานเก็บศพ พร้อมด้วยเครื่องเรือน เสื้อผ้า ของมีค่า อาหารและเครื่องดื่ม อาโทพุตทั้ง 4 อัน จะถูกจัดวางไว้อย่างพร้อมเพรียง เป็นเสบียงกรังให้ผู้ตายได้เดินทางสู่ปรภพโดยสะดวก &lt;br /&gt;แล้วร่างของผู้ตาย ก็พร้อมที่จะออกเดินทางสู่ดินแดนใต้โลก ที่ที่หัวใจของเขาจะถูกตัดสินตามความดีที่ได้ทำไว้ยามมีชีวิตอยู่ หากมีหัวใจบริสุทธิ์จริง ผู้ตายก็จะถูกส่งไปดินแดนอันสวยงามเพื่อชีวิตอันเป็นอมตะ ในดินแดนที่เรียกว่า ทุ่งต้นกก &lt;br /&gt;ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่า ก่อนผู้ตายจะไปยังปรภพได้ ก็ต้องผ่านดินแดนใต้โลก อันเป็นที่ที่เต็มไปด้วยมารร้าย สัตว์ที่ดุร้ายต่างๆ ซึ่งผู้ตายจะต้องอาศัยมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อปกป้องให้เดินทางได้โดยปราศจากภัยร้ายมาแผ้วพาน มนตราเหล่านี้จารึกอยู่ในสมุดบันทึกที่เรียกว่า "มนตราสำหรับผู้ตาย" ซึ่งเป็นตำราเขียนลงบนม้วนกระดาษปาปีรุส และจะถูกฝังไปด้วยกันกับผู้ตายในปิรามิด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-8073924356121375747?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/8073924356121375747/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=8073924356121375747' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/8073924356121375747'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/8073924356121375747'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/02/blog-post.html' title='ขั้นตอนการทำมัมมี่'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-8938668135389710448</id><published>2009-01-28T20:47:00.000-08:00</published><updated>2009-01-28T20:48:34.636-08:00</updated><title type='text'>กฎบัตรอาเซียน</title><content type='html'>&lt;strong&gt;1) ภูมิหลัง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. กฎบัตรอาเซียนเป็นเสมือนธรรมนูญของอาเซียนที่จะวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียนในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 (ค.ศ. 2015) ตามที่ผู้นำอาเซียนได้ตกลงกันไว้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. วัตถุประสงค์ของกฎบัตรฯ คือ ทำให้อาเซียนเป็นองค์การที่มีประสิทธิภาพ มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเคารพกฎกติกาในการทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ กฎบัตรฯ จะให้สถานะนิติบุคคลแก่อาเซียนเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล (intergovernmental organization) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. กฎบัตรฯ ประกอบด้วยข้อบทต่างๆ 13 บท 55 ข้อ มีประเด็นใหม่ที่แสดงความก้าวหน้าของอาเซียน ได้แก่ (1) การจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนของอาเซียน (2) การให้อำนาจเลขาธิการอาเซียนสอดส่องและรายงานการทำตามความตกลงของรัฐสมาชิก (3) การจัดตั้งกลไกสำหรับการระงับข้อพิพาทต่างๆ ระหว่างประเทศสมาชิก (4) การให้ผู้นำเป็นผู้ตัดสินว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อรัฐผู้ละเมิดพันธกรณีตามกฎบัตรฯ อย่างร้ายแรง (5) การเปิดช่องให้ใช้วิธีการอื่นในการตัดสินใจได้หากไม่มีฉันทามติ (6) การส่งเสริมการปรึกษาหารือกับระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อผลประโยชน์ร่วม ซึ่งทำให้การตีความหลักการห้ามแทรกแซงกิจการภายในมีความยืดหยุ่นมากขึ้น (7) การเพิ่มบทบาทของประธานอาเซียนเพื่อให้อาเซียนสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที (8) การเปิดช่องทางให้อาเซียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับองค์กรภาคประชาสังคมมากขึ้น และ (9) การปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ให้มีการประชุมสุดยอดอาเซียน 2 ครั้ง ต่อปี จัดตั้งคณะมนตรีเพื่อประสานความร่วมมือในแต่ละ 3 เสาหลัก และการมีคณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา เพื่อลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการประชุมของอาเซียน เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. กระบวนการจัดทำกฎบัตรอาเซียนเริ่มขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2548 ซึ่งที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 11 ได้ตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิเรื่องกฎบัตรอาเซียน (Eminent Persons Group on the ASEAN Charter-EPG) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับทิศทางการรวมตัวของอาเซียนและสาระสำคัญที่ควรมีปรากฏในกฎบัตรฯ ต่อมาในเดือนมกราคม 2550 ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 12 มอบหมายให้คณะทำงานระดับสูงในการยกร่างกฎบัตรอาเซียน (High Level Task Force on the ASEAN Charter-HLTF) ทำการยกร่างกฎบัตรฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี และเมื่อการยกร่างแล้วเสร็จ ผู้นำอาเซียนก็ได้ลงนามกฎบัตรฯ ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2550 และได้ประกาศปฏิญญาเรียกร้องให้รัฐสมาชิกให้สัตยาบันต่อกฎบัตรฯ โดยเร็ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2) การดำเนินการเกี่ยวกับการมีผลใช้บังคับของกฎบัตรฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยที่รัฐสมาชิกได้ให้สัตยาบันกฎบัตรฯ ครบทั้ง 10 ประเทศแล้วเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2551 กฎบัตรฯ จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2551 เป็นต้นไป และในขณะนี้ประเทศสมาชิกได้จัดตั้งคณะทำงานระดับสูงขึ้น 2 คณะ เพื่อพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎบัตรอาเซียน ได้แก่ การยกร่างขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน และการพิจารณาประเด็นด้านกฎหมายต่าง ๆ เช่น นิติฐานะของอาเซียน กลไกระงับข้อพิพาท และการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันแก่บุคลากรของอาเซียน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3) ความสำคัญของกฎบัตรอาเซียนต่อประเทศไทย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไทยเป็น 1 ใน 5 ของผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียน เป็นสถานที่กำเนิดของอาเซียน อีกทั้งยังมีบทบาทนำในอาเซียนมาโดยตลอด โดยล่าสุด ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ได้เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2551 โดยมีวาระ 5 ปี ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงบทบาทนำของไทยในเวทีนี้ และการมีกฎบัตรอันจะช่วยให้อาเซียนมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น จะเป็นการสะท้อนความสำเร็จทั้งของไทยและภูมิภาคนี้โดยรวม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กฎบัตรฯ ให้ความสำคัญกับการปฎิบัติตามพันธกรณีต่างๆ ของประเทศสมาชิก ซึ่งจะช่วยสร้างเสริมหลักประกันให้กับไทยว่า จะสามารถได้รับผลประโยชน์ตามที่ตกลงกันไว้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้ การปรับปรุงการดำเนินงานและโครงสร้างองค์กรของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเสริมสร้างความร่วมมือในทั้ง 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียนจะเป็นฐานสำคัญที่จะทำให้อาเซียนสามารถตอบสนองต่อความต้องการและผลประโยชน์ของรัฐสมาชิก รวมทั้งยกสถานะและอำนาจต่อรอง และภาพลักษณ์ของประเทศสมาชิกในเวทีระหว่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ กฎบัตรเป็นเครื่องมือที่จะทำให้อาเซียนรวมตัวเป็นประชาคมได้เร็วขึ้น ซึ่งจะเอื้อให้ไทยสามารถผลักดันและได้รับผลประโยชน์ด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย ตัวอย่างเช่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาเซียนขยายตลาดให้กับสินค้าไทยจากประชาชนไทย 60 ล้านคน เป็นประชาชนอาเซียนกว่า 550 ล้านคน และปัจจุบันอาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยอยู่แล้ว (การค้าระหว่างไทย-อาเซียนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2550 มีมูลค่า 26,494.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 19.2 ของการมูลค่าการค้าทั้งหมดของไทย โดยไทยเกินดุล 3,172.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) การรวมตัวกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นทางด้านเศรษฐกิจ ประกอบกับการขยายความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เส้นทางคมนาคม ระบบไฟฟ้า โครงข่ายอินเตอร์เน็ต ฯลฯ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับไทย นอกจากนี้ อาเซียนยังเป็นทั้งแหล่งเงินทุนและเป้าหมายการลงทุนของไทย และไทยได้เปรียบประเทศสมาชิกอื่นที่มีที่ตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน สามารถเป็นศูนย์กลางทางการคมนาคมและขนส่งของประชาคม ซึ่งมีการเลื่อนย้ายสินค้า บริการ และบุคคล ระหว่างประเทศสมาชิกที่สะดวกขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาเซียนช่วยส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อเผชิญกับภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง เช่น SARs ไข้หวัดนก การค้ามนุษย์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หมอกควัน ยาเสพติด ปัญหาโลกร้อน และปัญหาความยากจน เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาเซียนจะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองของไทยในเวทีโลก และเป็นเวทีที่ไทยสามารถใช้ในการผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาของเพื่อนบ้านที่กระทบมาถึงไทยด้วย เช่น ปัญหาพม่า ในขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์พหุภาคีในกรอบอาเซียนจะเกื้อหนุนความสัมพันธ์ของไทยในกรอบทวิภาคี เช่น ความร่วมมือกับมาเลเซียในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-8938668135389710448?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/8938668135389710448/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=8938668135389710448' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/8938668135389710448'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/8938668135389710448'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/01/blog-post.html' title='กฎบัตรอาเซียน'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-6090384890201642985</id><published>2009-01-11T21:07:00.000-08:00</published><updated>2009-01-11T21:13:35.481-08:00</updated><title type='text'>Israeli Air Force Strikes Terror Targets in Gaza 29 Dec. 2008</title><content type='html'>&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/p--x0NCdJH4&amp;hl=en&amp;fs=1"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/p--x0NCdJH4&amp;hl=en&amp;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;ยิวกับ “จรวด” ฮามาส [5 ม.ค. 52 - 19:49]&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;“อิสราเอล” อ้างว่าการโจมตีทางอากาศบดขยี้กลุ่มปาเลสไตน์หัวรุนแรง “ฮามาส” ในฉนวนกาซา อย่างโหดเหี้ยมตั้งแต่ 27 ธ.ค. 2551 มูลเหตุมาจาก “จรวด” เจ้าปัญหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยิว” กล่าวหาว่าตั้งแต่ฮามาสยึดฉนวนกาซา เมื่อ 18 เดือนก่อน ก็ระดมยิงจรวดใส่ภาคใต้อิสราเอลแล้วกว่า 5,500 ลูก ทำให้ชาวยิวเสียชีวิต 4 ศพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จรวดของกลุ่มฮามาสมี 2 แบบ คือ “คัสซัม” เป็นจรวดประดิษฐ์เองแบบง่ายๆ ยาว 6 ฟุต มีพิสัยใกล้ไม่เกิน 20 กม. จุระเบิดได้ 22 ปอนด์ มีความแม่นยำต่ำ อีกแบบล้ำยุคกว่า คือจรวด “คัตยูซา” เดิมผลิตในสหภาพโซเวียต ยาว 9 ฟุต จุระเบิดได้ 44 ปอนด์ มีพิสัยราว 30-40 กม. ซึ่งกลุ่มฮามาสมักลักลอบนำชิ้นส่วนเข้ามาจากอิหร่านและซีเรีย โดยขนผ่านอุโมงค์ ลับเชื่อมฉนวนกาซากับอียิปต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จรวดทั้ง 2 แบบเป็น “อาวุธเด็ด” ของกลุ่มฮามาสซึ่งมีอาวุธยุทโธปกรณ์ต่ำชั้นกว่ายิวเยอะ เช่นเดียวกับกลุ่ม “เฮสโบเลาะห์” ในภาคใต้เลบานอน ซึ่งใช้ยุทธวิธียิงจรวดใส่ภาคเหนืออิสราเอลกว่า 4,000 ลูก จนอิสราเอลต้องทำสงครามกวาดล้างถึง 1 เดือนเมื่อปี 2549 แต่ก็ขุดรากถอนโคนไม่หมด รัฐบาลยิวจึงถูกชาวบ้านรุมสวดว่าขี้แพ้ ขณะที่เฮสโบเลาะห์คุยว่ายังมีจรวดถึง 30,000 ลูกในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้จรวดของกลุ่มฮามาสจะไม่สามารถสร้างความเสียหายรุนแรง แต่ได้ผลชะงัดในเชิงจิตวิทยา เพราะทำให้ชาวยิวในรัศมีของมันตามชายแดนอยู่ ไม่เป็นสุข ต้องคอยวิ่งเข้าที่หลบภัย ชาวยิวมากมายเป็นโรคเครียด ขวัญผวา สถานศึกษาและธุรกิจก็ปั่นป่วน สร้างความสูญเสียต่ออุตสาหกรรมต่างๆ ทางภาคใต้อิสราเอลถึงวันละ 2 ล้านดอลลาร์ (ราว 70 ล้านบาท)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิสราเอลระบุว่า ก่อนถูกโจมตีครั้งล่าสุด กลุ่มฮามาสมีจรวดอยู่ราว 3,000 ลูก ใช้ยิงไปแล้วหรือถูกทำลายระหว่างถูกโจมตีกว่า 1,000 ลูก แต่ถ้าไม่ขุดรากถอนโคนให้สิ้นซาก กลุ่มฮามาสยังสามารถผลิตได้อีกเรื่อยๆ แถมระยะหลังๆยังพัฒนาให้มีพิสัยไกลขึ้นมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในศึกครั้งนี้ ซึ่งฝ่ายปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วกว่า 435 ศพ บาดเจ็บกว่า 2,150 คน ส่วนชาวยิวตายไปอีก 4 ศพ กลุ่มฮามาสยิงจรวดคัตยูซาตอบโต้ เข้าไปในดินแดนยิวลึกที่สุดเท่าที่เคยมีมา คือไกลถึง 46 กม. ถึงเมืองเบียร์เชบา ทำให้ขณะนี้เมืองใหญ่ๆ หลายเมืองและประชากรราว 1 ใน 10 จากทั้งหมด 7 ล้านคน ของอิสราเอลอยู่ในรัศมีจรวดของกลุ่มฮามาส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จรวดของกลุ่มฮามาสยังยิงได้ง่ายจากฐานบนรถเข็นหรือท้ายรถปิกอัพ ทีมยิงก็ใช้ไม่กี่คนจึงหลบเข้าที่ซ่อนได้ฉับไว และด้วยเหตุที่มีพิสัยใกล้และเรี่ยต่ำ อยู่ในอากาศไม่กี่วินาที การป้องกันโดยใช้จรวดหรือขีปนาวุธยิงสกัดจึงแทบเป็นไปไม่ได้ แต่อิสราเอลกำลังพัฒนาระบบที่ว่าอยู่ชื่อ “Iron Dome” (หลังคาโดมเหล็ก) ตั้งเป้าประจำการที่ภาคใต้ในปี 2553&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การถล่มฉนวนกาซารอบล่าสุด อิสราเอลจึงตั้งเป้าว่าต้องทำลายเครือข่ายจรวดของฮามาสให้เหี้ยนเต้ แม้ต้องส่งทหารบุกภาคพื้นดิน และพลเรือนผู้บริสุทธิ์ต้องล้มตายมากมายปานใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะถ้าทำไม่สำเร็จ นอกจากจะถูกประชาชนรุมยี้ว่า “ขี้แพ้” อีกแล้ว พรรครัฐบาลชุดปัจจุบันก็ต้องแพ้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นใน 10 ก.พ.นี้อย่างแน่นอน!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บวร โทศรีแก้ว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;บทความจาก ไทยรัฐ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-6090384890201642985?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/6090384890201642985/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=6090384890201642985' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/6090384890201642985'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/6090384890201642985'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2009/01/israeli-air-force-strikes-terror.html' title='Israeli Air Force Strikes Terror Targets in Gaza 29 Dec. 2008'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-2644063620365587124</id><published>2008-11-06T20:46:00.000-08:00</published><updated>2008-11-06T20:47:26.592-08:00</updated><title type='text'>บารัค โอบามา กล่าวสุนทรพจน์ที่ชิคาโก</title><content type='html'>&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/Jll5baCAaQU&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/Jll5baCAaQU&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x006699&amp;color2=0x54abd6" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-2644063620365587124?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/2644063620365587124/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=2644063620365587124' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2644063620365587124'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2644063620365587124'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/11/blog-post.html' title='บารัค โอบามา กล่าวสุนทรพจน์ที่ชิคาโก'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-8779953773566509272</id><published>2008-10-26T23:04:00.000-07:00</published><updated>2008-10-26T23:05:28.615-07:00</updated><title type='text'>เพื่อนร่วมคณะ</title><content type='html'>ลำดับ  รหัส ชื่อ สาขาวิชา สถานภาพ &lt;br /&gt; รัฐศาสตร์ &lt;br /&gt;1  487141103  นายพีระศิลป์ วรพิมพ์รัตน์   10 &lt;br /&gt;2  517141001  นายศิริศักดิ์ แสนทวีสุข   10 &lt;br /&gt;3  517141002  นายเจริญ สายเนตร   10 &lt;br /&gt;4  517141003  นาย    91 &lt;br /&gt;5  517141004  นาย    91 &lt;br /&gt;6  517141005  นาย    91 &lt;br /&gt;7  517141006  นาย    91 &lt;br /&gt;8  517141007  นาย    91 &lt;br /&gt;9  517141008  นางสาวจิราภรณ์ ไตรยสุทธิ์   10 &lt;br /&gt;10  517141009  นายปริญญา กองสิน   10 &lt;br /&gt;11  517141010  นายวิชัย ขันตี   10 &lt;br /&gt;12  517141011  นายวงศ์ตระกลู ขันคำ   10 &lt;br /&gt;13  517141013  นายณัฐนนท์ ชมชิด   10 &lt;br /&gt;14  517141014  นาย    91 &lt;br /&gt;15  517141015  นางสาวภัทรวดี บุญอุ้ม   10 &lt;br /&gt;16  517141016  นายประดับ บุญสม   10 &lt;br /&gt;17  517141017  นายยศสันต์ ขยันการนาวี   10 &lt;br /&gt;18  517141018  นายเฉลิมพล ชะนะกุล   10 &lt;br /&gt;19  517141019  นายจตุพร บู่คำ   10 &lt;br /&gt;20  517141020  นายณยศ จงสุวัฒน์   10 &lt;br /&gt;21  517141022  นางสาวนัฐพร สุภาพ   10 &lt;br /&gt;22  517141023  นางสาววิไลวรรณ สมเทพ   10 &lt;br /&gt;23  517141024  นายจันแดง เชื้อแสน   10 &lt;br /&gt;24  517141025  นายอุทัยสิน ไฉนรัตน์   10 &lt;br /&gt;25  517141026  นางสาววราภรณ์ ถี่ถ้วน   10 &lt;br /&gt;26  517141027  นายสมศักดิ์ ศรีสุราช   10 &lt;br /&gt;27  517141028  นายเสกสรร สุริโย   10 &lt;br /&gt;28  517141029  นายยุทธนาวี เกษแก้ว   10 &lt;br /&gt;29  517141030  นายคมสัน เข็มเงิน   10 &lt;br /&gt;30  517141031  นายธงชัย วงศ์กาศ   10 &lt;br /&gt;31  517141032  นายอภิดล สิลาวงศ์   10 &lt;br /&gt;32  517141033  นายพิชัย แพงทรัพย์   10 &lt;br /&gt;33  517141034  นายพิทักษ์ไทย พินิจ   10 &lt;br /&gt;34  517141035  จ่าสิบเอกชัยชนะ พึ่งโพธิ์   10 &lt;br /&gt;35  517141036  นางสาวนภัสสร อ้วนจี   10 &lt;br /&gt;36  517141038  สิบเอกปราโมทย์ หาหลัก   10 &lt;br /&gt;37  517141039  จ่าสิบเอกบรรจบ ทองเรือง   10 &lt;br /&gt;38  517141040  นายภัคพงษ์ เงยวิจิตร   10 &lt;br /&gt;39  517141041  นางประภัสสร สรรเสริญ   10 &lt;br /&gt;40  517141042  นางอนิรชา ปานเจริญ   10 &lt;br /&gt;41  517141045  นายเกรียงไกร ชาลีชีพ   10 &lt;br /&gt;42  517141046  นายเทพรังสรร มาตขาว   10 &lt;br /&gt;43  517141047  นายไพศาล เอี่ยมประเสริฐ   10 &lt;br /&gt;44  517141048  นางสาวศุภลักษณ์ รัตนกุล   10 &lt;br /&gt;45  517141049  นายวิกรัย จันทร์เทพ   10 &lt;br /&gt;46  517141050  นางสุพรรณีย์ บุระมาศ   10 &lt;br /&gt;47  517141051  นางสาวอมร นามผล   10 &lt;br /&gt;48  517141052  นายผาทอง จันทสน   10 &lt;br /&gt;49  517141053  นายปริญญา โพธิ์ศรี   10 &lt;br /&gt;50  517141054  นายสหวรวรรศ รุ่งเรือง   10 &lt;br /&gt;51  517141055  นายยุทธนา พงศ์สถิต   10 &lt;br /&gt;52  517141056  นายจักรพล สาลี   10 &lt;br /&gt;53  517141057  นางสาวลัดดาวัลย์ พลูเต็ม   10 &lt;br /&gt;54  517141058  นายสมาบัติ ไกรราม   10 &lt;br /&gt;55  517141059  นายพิทักษ์ บุญเรือง   10 &lt;br /&gt;56  517141060  นายสิทธิพร ขวัญคำ   10 &lt;br /&gt;57  517141061  นายประดิษฐ์ ลครวงษ์   10 &lt;br /&gt;58  517141062  นายพรชัย วาโส   10 &lt;br /&gt;59  517141063  นางลัดดาวัลย์ จันทร์เสน   10 &lt;br /&gt;60  517141064  นายณรงค์ธรรม อุ่นใจ   10 &lt;br /&gt;61  517141065  นายภานุวัฒน์ จันดาษ   10 &lt;br /&gt;62  517141066  นางสาวยุภาพร ต้นสาย   10 &lt;br /&gt;63  517141067  นางปัณฑิตา รัตนโกเศศ   10 &lt;br /&gt;64  517141071  นายธานี เทียนเงิน   10 &lt;br /&gt;65  517141072  นายมานะ มั่นการ   10 &lt;br /&gt;66  517141073  นายวิริยะ เคนบุบผา   10 &lt;br /&gt;67  517141074  นางสาวคนาวรรณ พันธ์โชติ   10 &lt;br /&gt;68  517141075  นายณัฐวุฒิ เลิศเสรี   10 &lt;br /&gt;69  517141076  นางสาวรสสุคนธ์ สาวันดี   10 &lt;br /&gt;70  517141077  นายจร หมุ่ยศรี   10 &lt;br /&gt;71  517141078  นายวรวุฒิ คันธะเนตร   10 &lt;br /&gt;72  517141079  นางสาวนิตยา วัลภา   10 &lt;br /&gt;73  517141080  นางสาวพรนิภา ทองเกลี้ยง   10 &lt;br /&gt;74  517141081  นางสาววิไลพรรณ ขำตา   10 &lt;br /&gt;75  517141082  นายแหลมทอง รางสถิต   10 &lt;br /&gt;76  517141083  นางธัญญารัตน์ ไชยซิต   60 &lt;br /&gt;77  517141084  นายประยูร คำเติม   10 &lt;br /&gt;78  517141085  นายระวี ประพันธ์   10 &lt;br /&gt;79  517141086  นายสุวัฒน์ ร่วมสุข   10 &lt;br /&gt;80  517141087  นาย    91 &lt;br /&gt;81  517141088  นายบัญชา หงษ์ไชยคำ   10 &lt;br /&gt;82  517141089  นายวีระชาติ ประพันธ์   10 &lt;br /&gt;83  517141090  นายวัฒนา หงษ์ไชยคำ   10 &lt;br /&gt;84  517141091  นายเสกสรรค์ พรมตา   10 &lt;br /&gt;85  517141092  นายทองปุ่น ศรีพลัง   10 &lt;br /&gt;86  517141093  นายบุญมี ทะคำสอน   10 &lt;br /&gt;87  517141094  นายประสิทธิ์ เห็มทอง   10 &lt;br /&gt;88  517141095  นางปานหทัย เตชะเลิศวิริยกิจ   10 &lt;br /&gt;89  517141096  นางสาวธนวรรณ ศรไชย   10 &lt;br /&gt;90  517141098  นายชัย ขยันการ   10 &lt;br /&gt;91  517141099  นายแป้น จันทร์เทพ   10 &lt;br /&gt;92  517141100  นายมานพ สินธุวัตร   10 &lt;br /&gt;93  517141101  นายปราโมช มหานิล   10 &lt;br /&gt;94  517141102  นายอุดร สว่างแก้ว   10 &lt;br /&gt;95  517141103  นายธีระยุทธ ทาระสาร   10 &lt;br /&gt;96  517141104  นายสัญญา ปัญญาสู้   10 &lt;br /&gt;97  517141105  นายอุราญ นาป่ง   10 &lt;br /&gt;98  517141106  นายสมบัติ คงทน   10 &lt;br /&gt;99  517141107  นายพีระพงษ์ พรมดีมา   10 &lt;br /&gt;100  517141108  นายมรกต ไชยโย   10 &lt;br /&gt;101  517141109  นายถวิล สาริกา   10 &lt;br /&gt;102  517141110  นายสมบัติ จันฝ่าย   10 &lt;br /&gt;103  517141111  นายวินัย โมฬีชาติ   10 &lt;br /&gt;104  517141112  นายจิราวัฒน์ ปิริมา   10 &lt;br /&gt;105  517141113  นายสุรพิตร สมหนองบัว   10 &lt;br /&gt;106  517141114  นายเริงฤทธิ์ อภัยโคตร   10 &lt;br /&gt;107  517141115  นายอุทัย บำรุงผล   10 &lt;br /&gt;108  517141116  นางสาวศศิวิมล คุณมะนะ   10 &lt;br /&gt;109  517141117  นายสุบิน บุญเชิญ   10 &lt;br /&gt;110  517141118  นางนุชรี นิ้มเจริญ   10 &lt;br /&gt;111  517141119  นายธรรมรัตน์ กิ่งสาร   10 &lt;br /&gt;112  517141120  นายทวีวัฒน์ จันทร์ลือชัย   10 &lt;br /&gt;113  517141121  นางยุภาวดี คณะเมือง   10 &lt;br /&gt;114  517141122  นายสุรพล ศรีพิทักษ์   10 &lt;br /&gt;115  517141123  นายขจัดภัย พรรณาภพ   10 &lt;br /&gt;116  517141124  นายถาวร พันธุ์ทอง   10 &lt;br /&gt;117  517141125  นายพรประสิทธิ์ โพนะทา   10 &lt;br /&gt;118  517141126  นายการุณ นิ้มเจริญ   10 &lt;br /&gt;119  517141127  นางสาวสกุณา บัวทอง   10 &lt;br /&gt;120  517141128  นายณัฐกานต์ อำนวย   10 &lt;br /&gt;121  517141130  นางพรพิมล คลังแก้ว   10 &lt;br /&gt;122  517141131  นายณรงค์ แก้วเนตร   10 &lt;br /&gt;123  517141132  นาย    91 &lt;br /&gt;124  517141133  สิบตำรวจเอกประสาร เพ็งจันทร์   10 &lt;br /&gt;125  517141134  นายสุนทรพจน์ สุขล้วน   10 &lt;br /&gt;126  517141135  นายดำรง อ่างสินธุ์   10 &lt;br /&gt;127  517141136  นายสุนทร คุณพาที   10 &lt;br /&gt;128  517141137  นายธานินท์ เคนบุปผา   10 &lt;br /&gt;129  517141138  นางสาวสุปราณี สุขประเสริฐ   10 &lt;br /&gt;130  517141139  นายธีรศักดิ์ มูลนี   10 &lt;br /&gt;131  517141140  นางสาวสุพัตรา บุคดีวัน   10 &lt;br /&gt;132  517141141  นางสาว    91 &lt;br /&gt;133  517141142  นางสาวสุรัตน์ดา อินทรสุวรรณ   10 &lt;br /&gt;134  517141143  นายจักริน แสงแดง   10 &lt;br /&gt;135  517141144  นางสาววรรณา แจ่มใส   10 &lt;br /&gt;136  517141145  นายส่งศักดิ์ วารีพัฒน์   10 &lt;br /&gt;137  517141146  นางสาวเพชร ชุมสิงห์   10 &lt;br /&gt;138  517141147  นายพิสิทธิ ทองคำ   10 &lt;br /&gt;139  517141148  นายวัลลภ ทองคู่   10 &lt;br /&gt;140  517141149  นายราชันย์ ชอบดี   10 &lt;br /&gt;141  517141150  นางสาวสุภัคชญา ชิณกะธรรม   10 &lt;br /&gt;142  517141151  นายองค์อินทร์ ไชยพารา   10 &lt;br /&gt;143  517141152  นายเชิดชาย แซ่ลี้   10 &lt;br /&gt;144  517141153  นางสาวปิยะดา กลิ่นแก้ว   10 &lt;br /&gt;145  517141154  นายศราวุธ เนตรหาญ   10 &lt;br /&gt;146  517141156  นางจารุวรรณ กองเพชร   10 &lt;br /&gt;147  517141157  นายบุญส่ง กองเพชร   10 &lt;br /&gt;148  517141158  นายสมชาย ทองคำใส   10 &lt;br /&gt;149  517141159  นายอนุสรณ์ ไชยสำแดง   10 &lt;br /&gt;150  517141160  นายคทาเพชร มนตรีชัย   10 &lt;br /&gt;151  517141161  นายพลากร เลพล   10 &lt;br /&gt;152  517141162  นางสาวจรัญศรี ทองเทพ   10 &lt;br /&gt;153  517141163  นายนฤพนธ์ ทาระธรรม   10 &lt;br /&gt;154  517141164  นายรุ่งนาวี จันทร์สี   10 &lt;br /&gt;155  517141165  นางสาวอุดมพร จันทร์สุข   10 &lt;br /&gt;156  517141166  นาย    91 &lt;br /&gt;157  517141167  นายภูวณัฏฐ์ คัชมาร   10 &lt;br /&gt;158  517141168  นายบุญเยี่ยม สิตวัน   10 &lt;br /&gt;159  517141169  นางสาวณัฐชานันท์ แสงทอง   10 &lt;br /&gt;160  517141170  นางสาวสิริพร คุณราช   10 &lt;br /&gt;161  517141171  นาย    91 &lt;br /&gt;162  517141172  นางสาว    91 &lt;br /&gt;163  517141173  นายวิภูษณะ นามกา   10 &lt;br /&gt;164  517141175  นางอรปรียา คำศรี   10 &lt;br /&gt;165  517141176  นางกัญหา บุญครอง   60 &lt;br /&gt;166  517141177  นางรังสี ทิมา   10 &lt;br /&gt;167  517141178  นางวาสิษฐี อินอุเทน   10 &lt;br /&gt;168  517141179  นายถวิล พิลาภา   10 &lt;br /&gt;169  517141180  นายศิวาราช สายเสน   10 &lt;br /&gt;170  517141181  นางสาวสุนี อภิรัตน์มนตรี   10 &lt;br /&gt;171  517141182  นาย    91 &lt;br /&gt;172  517141183  จ่าสิบตำรวจพิเชษชัย กาสา   10 &lt;br /&gt;173  517141184  นางสาวปรียานุช ผดุงสุข   10 &lt;br /&gt;174  517141185  นางสาวปรียานุช มุขสมบัติ   10 &lt;br /&gt;175  517141187  นางสาวฐิติมา ทัพพวง   10 &lt;br /&gt;176  517141189  นางสาวเอมอร ขันอาสา   10 &lt;br /&gt;177  517141190  นางสาวจิตติยา บุญสนิท   10 &lt;br /&gt;178  517141191  นายวิเชียร ผกาศรี   10 &lt;br /&gt;179  517141192  นายปราณี ลอยเลื่อน   10 &lt;br /&gt;180  517141193  นายแสงจันทร์ สุฤทธิ์   10 &lt;br /&gt;181  517141194  นายอัศวิน อุดมคำ   10 &lt;br /&gt;182  517141195  นางกฤษฏามล ช่องวารินทร์   10 &lt;br /&gt;183  517141196  นางสาวกัลยาณี จันใด   10 &lt;br /&gt;184  517141197  นายปิยดนัย วิชัยสระเกษ   10 &lt;br /&gt;185  517141198  นายอัครเดช ค่ำคูณ   10 &lt;br /&gt;186  517141199  นายรณยุทธ ค่ำคูณ   10 &lt;br /&gt;187  517141200  นางสาวกนกวรรณ ณ หนองคาย   10 &lt;br /&gt;188  517141201  นางสาวจรีรัตน์ คณะวงศ์   10 &lt;br /&gt;189  517141203  นางสาวสุดาทิพย์ พรหมทา   10 &lt;br /&gt;190  517141204  นายทศพร บุราไกร   10 &lt;br /&gt;191  517141205  นายปิยชนน์ ธีระสาร   10 &lt;br /&gt;192  517141206  นายวรวิทย์ เกิดสุวรรณ   10 &lt;br /&gt;193  517141208  นางสาวณัฐิกา พงศ์พุฒิพงศ์   10 &lt;br /&gt;194  517141209  สิบตำรวจเอกสุรวัฒน์ ชะนะชาญ   10 &lt;br /&gt;195  517141210  นางสาวหนูเจี้ยบ พุ่มจันทร์   10 &lt;br /&gt;196  517141211  นายชาติสุริยัน สายใจ   10 &lt;br /&gt;197  517141212  นายอารมณ์ ชิณกธรรม   10 &lt;br /&gt;198  517141213  นายสมศักดิ์ วันงาม   10 &lt;br /&gt;199  517141214  นางสาวสุวรรณ กุลโชติ   10 &lt;br /&gt;200  517141215  ดาบตำรวจประดิษฐ แคนสา   10 &lt;br /&gt;201  517141216  นางสาวเกศินี มณีภาค   10 &lt;br /&gt;202  517141217  นายนพชัย บุญเรือง   60 &lt;br /&gt;203  517141218  นางสาวจันทร์สุดา สินศาสตร์   10 &lt;br /&gt;204  517141219  นางจิรภิญญา สุภาพ   10 &lt;br /&gt;205  517141220  นายสมาน อ่อนคำ   10 &lt;br /&gt;206  517141221  นางสาวสุฬิษา ดาราคำ   10 &lt;br /&gt;207  517141222  นางสาวอัมรา ชิณกธรรม   10 &lt;br /&gt;208  517141223  นายวรพัทธ์ วุฒิชัย   10 &lt;br /&gt;209  517141224  นายสายัณห์ จันทะรักษา   10 &lt;br /&gt;210  517141225  นางสาวจิราภรณ์ เข็มเพ็ชร   10 &lt;br /&gt;211  517141226  นายวสันต์ คำศรี   10 &lt;br /&gt;212  517141227  นางสาวสุรัชฏาวลี พุทธผล   10 &lt;br /&gt;213  517141228  นางสาวธาริกา พลศักดิ์   10 &lt;br /&gt;214  517141229  นายยงยุทธ พุ่มจันทร์   10 &lt;br /&gt;215  517141230  นางสาวนวลออ วันหนา   10 &lt;br /&gt;216  517141231  นางลำใย สุตะคาน   10 &lt;br /&gt;217  517141232  นายปริชญา ศิลาโคตร   10 &lt;br /&gt;218  517141233  นางสาวกมลชนก มีสุข   10 &lt;br /&gt;219  517141234  นายกฤษณะ ฑีฆะพันธ์   10 &lt;br /&gt;220  517141235  นายนำพล พระตลับ   10 &lt;br /&gt;221  517141236  นายอนุพงศ์ ประมวลสุข   10 &lt;br /&gt;222  517141237  นางสมคิด ศรีเลิศ   10 &lt;br /&gt;223  517141238  นายวรเทพ สิงห์คำ   10 &lt;br /&gt;224  517141239  นายอุทัย งามสวย   10 &lt;br /&gt;225  517141240  นายไกรภพ พวงพิลา   10 &lt;br /&gt;226  517141241  นายพุทธา นารีวงค์   10 &lt;br /&gt;227  517141242  นาย    91 &lt;br /&gt;228  517141243  นายณรงค์พงศ์ พามาดี   10 &lt;br /&gt;229  517141244  นายพิพัฒนศักดิ์ บุญศรี   10 &lt;br /&gt;230  517141245  นายฉัตรชัย อมรวงศ์   10 &lt;br /&gt;231  517141246  นายทนงวิทย์ ดวงแก้ว   10 &lt;br /&gt;232  517141247  นายชุมนุมชน พลมาตย์   10 &lt;br /&gt;233  517141248  นายศักดิ์ชัย พรพรม   10 &lt;br /&gt;234  517141249  นายอภิลักษณ์ ป้องพิมพ์   10 &lt;br /&gt;235  517141250  นางรัตนภร กิติยะ   10 &lt;br /&gt;236  517141251  นางประกายแก้ว ราชชมภู   10 &lt;br /&gt;237  517141252  นายธิวา แก้วบัวเคน   10 &lt;br /&gt;238  517141253  นายธรรมนอง ภักดีบุตร   10 &lt;br /&gt;239  517141254  นายวิสันต์ บุญมาเรือง   10 &lt;br /&gt;240  517141255  นายสมชาย บุตรดี   10 &lt;br /&gt;241  517141256  นายวิษณุ แสวงพงศ์   10 &lt;br /&gt;242  517141257  นางสาวรัศมี สุมาลี   10 &lt;br /&gt;243  517141258  นายอมรชัย อัมพันธ์   10 &lt;br /&gt;244  517141259  นายวัชรินทร์ นาครินทร์   10 &lt;br /&gt;245  517141260  นางสาวหนูเพียน อุระวงศ์   10 &lt;br /&gt;246  517141261  นายสายสมร นามแดง   10 &lt;br /&gt;247  517141262  นายรณภพ ขันแก้ว   10 &lt;br /&gt;248  517141263  นางสาวอ้อยทิพย์ พรมจันทร์   10 &lt;br /&gt;249  517141264  นางสาวนฤมล พรมคง   10 &lt;br /&gt;250  517141265  นายวิจารณ์ สลักคำ   10 &lt;br /&gt;251  517141266  นายธีระยุทธ ธรรมสาร   10 &lt;br /&gt;252  517141267  นายชลิต สิงคิบุตร   10 &lt;br /&gt;253  517141268  นางสาวชนิดา สมจิตร   10 &lt;br /&gt;254  517141269  นายไสว สรรแสง   10 &lt;br /&gt;255  517141270  นายขวัญใจ มีเลิศ   10 &lt;br /&gt;256  517141271  นายศักดิ์ศิธร ชายทวีป   10 &lt;br /&gt;257  517141272  นายปราการ จันทวี   10 &lt;br /&gt;258  517141273  นายเฉลียว บุระมาศ   10 &lt;br /&gt;259  517141274  นายพจน์ พลูทา   10 &lt;br /&gt;260  517141275  นายสมภาร คันศร   10 &lt;br /&gt;261  517141276  นางสาวจันทร์ญา อ่อนมิ่ง   10 &lt;br /&gt;262  517141277  นายยุทธชัย สายใจ   10 &lt;br /&gt;263  517141278  นางสาวสุภาวดี กำปั่น   10 &lt;br /&gt;264  517141279  นายลิขิต ดุจดา   10 &lt;br /&gt;265  517141280  นายปรีดี ไชยสำแดง   10 &lt;br /&gt;266  517141281  นายสุริยา ไชยสำแดง   10 &lt;br /&gt;267  517141282  นายเลิศ จิตจันทร์   10 &lt;br /&gt;268  517141283  นางสาวพนิดา จันละคล   10 &lt;br /&gt;269  517141284  นางสาววิไล สังข์ซ้อน   10 &lt;br /&gt;270  517141285  นายประหยัด หาสุข   10 &lt;br /&gt;271  517141286  นายประชา โทจันทร์   10 &lt;br /&gt;272  517141287  นายสถาพร เดชอุดม   10 &lt;br /&gt;273  517141288  นายดวงตะวัน สุดสวย   10 &lt;br /&gt;274  517141289  นายดนัย ทนสู้   10 &lt;br /&gt;275  517141290  นายอาพร บุตรสี   10 &lt;br /&gt;276  517141291  นางณัฐนันท์ เฉลิมรัตน์   10 &lt;br /&gt;277  517141292  นายกิตติศักดิ์ พันธ์โบ   10 &lt;br /&gt;278  517141293  นางสาววันวิสา อินทนนท์   10 &lt;br /&gt;279  517141294  นายชาคริต ดวงบุตร   10 &lt;br /&gt;280  517141295  นายประกิจ ต้นสิน   10 &lt;br /&gt;281  517141296  นายณัฐพงศ์ ฉัตรสุวรรณ   10 &lt;br /&gt;282  517141297  นายนันท์นภัส ดีเลิศ   10 &lt;br /&gt;283  517141298  นายวิทวัส พันธุ์เสือ   10 &lt;br /&gt;284  517141299  นายธีรยุทธ มังคะการ   10 &lt;br /&gt;285  517141300  นายเขียน มะนัส   10 &lt;br /&gt;286  517141301  นายบัวลี มีแสง   10 &lt;br /&gt;287  517141302  นาย    91 &lt;br /&gt;288  517141303  นางสาววิฬาลักษณ์ ศรีวงศา   10 &lt;br /&gt;289  517141305  นางสาวพัชราวรรณ ถนอมคำ   10 &lt;br /&gt;290  517141306  นางสาวจันทรา เพิ่มพร   10 &lt;br /&gt;291  517141307  นางสาวลดาวัลย์ วรรณสวัสดิ์   10 &lt;br /&gt;292  517141309  จ่าสิบตำรวจจุมพล ราชวงค์   10 &lt;br /&gt;293  517141310  สิบตำรวจเอกบรรจบ แก้วสิงห์   10 &lt;br /&gt;294  517141311  นายวีระ ดวงสว่าง   10 &lt;br /&gt;295  517141312  ดาบตำรวจกิตติศักดิ์ ทองอุทุม   10 &lt;br /&gt;296  517141313  นางสาวภัสฎาวัลย์ ปัตเสน   10 &lt;br /&gt;297  517141314  นางบานเย็น หิรัญอร   10 &lt;br /&gt;298  517141315  นางสาวพรพรรณ จักรชัย   10 &lt;br /&gt;299  517141316  นายศุภวัฒน์ วิชัยสระเกษ   10 &lt;br /&gt;300  517141317  นายวรวรรธ์ นิตย์อินทร์   10 &lt;br /&gt;301  517141318  นายประพันธ์ รักษาศรี   10 &lt;br /&gt;302  517141319  นายรพีภัทร บุญมั่น   10 &lt;br /&gt;303  517141320  นายธนวัฒน์ ทองพิทักษ์   10 &lt;br /&gt;304  517141321  นางสาวกัลธิญา หมุนสิงห์   10 &lt;br /&gt;305  517141322  นายอรรถพล กองแก้ว   10 &lt;br /&gt;306  517141323  นายสมชาย ศรีกิมแก้ว   10 &lt;br /&gt;307  517141324  นางเพริญใจ อุ่นอาย   10 &lt;br /&gt;308  517141325  นาย เพียะวงศ์   91 &lt;br /&gt;309  517141326  นางสงกรานต์ ปกป้อง   10 &lt;br /&gt;310  517141327  นายพจนาท สุพันธ์   10 &lt;br /&gt;311  517141328  นายวีระศักดิ์ ฤทธิเดช   10 &lt;br /&gt;312  517141329  นายไพวัลย์ อาจสมัย   10 &lt;br /&gt;313  517141330  นายวรรณะชาติ ฤทธิเดช   10 &lt;br /&gt;314  517141331  นายพงศ์ศา ระเนีย   10 &lt;br /&gt;315  517141332  นางอุไรรัตน์ จันทะเจียด   10 &lt;br /&gt;316  517141333  นางนิ่มนวล แพงทรัพย์   10 &lt;br /&gt;317  517141334  นายสันติชัย เท่าสิงห์   10 &lt;br /&gt;318  517141335  นายวัลย์ชัย อ่อนแก้ว   10 &lt;br /&gt;319  517141336  นายเกษมณี พิมพ์พรหม   10 &lt;br /&gt;320  517141337  นายชัยยุทธ บุญดอนยาง   10 &lt;br /&gt;321  517141339  นางเสาวนีย์ กองเงิน   10 &lt;br /&gt;322  517141340  จ่าสิบตำรวจประยูร ศิริจันทร์   10 &lt;br /&gt;323  517141341  นายสมศักดิ์ สุขพงษ์   10 &lt;br /&gt;324  517141342  นางสาววัฒนาภรณ์ แสงสว่าง   10 &lt;br /&gt;325  517141343  นายเอกพงษ์ สุทธิประภา   10 &lt;br /&gt;326  517141344  นายชาญชัย โสมาศรี   10 &lt;br /&gt;327  517141345  นายชัยฤทธิ์ รินทรักษ์   10 &lt;br /&gt;328  517141346  นายอาทิตย์ มิ่งเคน   10 &lt;br /&gt;329  517141347  สิบเอกอนันต์ พันธ์โกฏิ   10 &lt;br /&gt;330  517141348  นายสุรนาท สุทธิประภา   10 &lt;br /&gt;331  517141349  นายประสิทธิ์ ผลาเลิศ   10 &lt;br /&gt;332  517141350  นายมงคล บุญยงค์   10 &lt;br /&gt;333  517141351  นายณัฐวุฒิ สุวรรณหงษ์   10 &lt;br /&gt;334  517141352  นายพลพร ทาบรรหาญ   10 &lt;br /&gt;335  517141353  นายฤทธิพล พละสุ   10 &lt;br /&gt;336  517141354  นายวุธชรินทร์ ชาติคำดี   10 &lt;br /&gt;337  517141355  นายมนัส ใจชอบงาม   10 &lt;br /&gt;338  517141356  นายเอกภพ นิตคำหาญ   10 &lt;br /&gt;339  517141357  นายทนงศักดิ์ คงกระพันธ์   10 &lt;br /&gt;340  517141358  นายศิริชัย อุดมดี   10 &lt;br /&gt;341  517141359  นายศุภวัฒน์ เม้าราษี   10 &lt;br /&gt;342  517141360  นายอนุชา นาทันรีบ   10 &lt;br /&gt;343  517141361  นายโชคชัย เก่าเกลี้ยง   10 &lt;br /&gt;344  517141362  นายเชษฐ์ชาคร แสวงวงษ์   10 &lt;br /&gt;345  517141363  สิบตำรวจตรีศุภกิตติ์ เวชสุวรรณ   10 &lt;br /&gt;346  517141364  นายเฉลิมชัย กาลจักร   10 &lt;br /&gt;347  517141365  นางนงลักษณ์ คำหอม   10 &lt;br /&gt;348  517141366  นายเด่น วิวาสุข   10 &lt;br /&gt;349  517141367  นายรักพงษ์ คุณวุฒิ   10 &lt;br /&gt;350  517141368  นายจักรี งามเลิศ   10 &lt;br /&gt;351  517141369  นายวรพงษ์ พฤฒามาตย์   10 &lt;br /&gt;352  517141370  นายอานนท์ ดาวงค์   10 &lt;br /&gt;353  517141371  นายอารันด์ เหลาเจริญ   10 &lt;br /&gt;354  517141372  นายทรงพล จันทราคา   10 &lt;br /&gt;355  517141373  นายธีระพงษ์ มัดทะปะนัง   10 &lt;br /&gt;356  517141374  นายอดิศักดิ์ ดวงคำจันทร์   10 &lt;br /&gt;357  517141375  นายสุมล จาบประโคน   10 &lt;br /&gt;358  517141376  นายอุธร มูละสีวะ   10 &lt;br /&gt;359  517141377  นายศราวุฒิ ศรีเนตร   10 &lt;br /&gt;360  517141378  นายวิศรุต ศรีสุข   10 &lt;br /&gt;361  517141379  นายศักดิ์ศรี ไชยจันดี   10 &lt;br /&gt;362  517141380  นายสงกรานต์ ธรรมฤทธิ์   10 &lt;br /&gt;363  517141381  นายเณ็ตร์ เบ็ญจะปัก   10 &lt;br /&gt;364  517141382  นายอภิชาติ สิทธิเสือ   10 &lt;br /&gt;365  517141383  นางสาวกัญญา เขียวพิมพ์   10 &lt;br /&gt;366  517141384  นางธันฤพร โคตุทา   10 &lt;br /&gt;367  517141385  นางเพชรา โมกมูล   10 &lt;br /&gt;368  517141386  นายธวัชชัย เครือคำ   10 &lt;br /&gt;369  517141387  นางสาวคนึงสุข ฤกษ์ถนอม   10 &lt;br /&gt;370  517141388  นายไชยา กล้าใจ   10 &lt;br /&gt;371  517141389  นายวสันต์ สุวรรณพรม   10 &lt;br /&gt;372  517141390  นายปราโมทย์ ลครวงษ์   10 &lt;br /&gt;373  517141391  นายอชิตพล จันใด   10 &lt;br /&gt;374  517141392  นายอัทธภูมิ อุดมตะคุ   10 &lt;br /&gt;375  517141393  นายสีสุวรรณ์ ป้องสิงห์   10 &lt;br /&gt;376  517141394  นางสาวสมปอง ทอนทอง+   10 &lt;br /&gt;377  517141395  นายอนันต์ สิงห์เถื่อน   10 &lt;br /&gt;378  517141396  นางสาววรรณภา เพียะวงค์   10 &lt;br /&gt;379  517141397  นางสาวพลอยไพลิน อ้วนเจริญ   10 &lt;br /&gt;380  517141398  นางมะลิ ผลาเลิศ   10 &lt;br /&gt;381  517141399  นายปัญญัติ คงทรัพย์   10 &lt;br /&gt;382  517141400  นายยุรนันท์ ทุมนันท์   10 &lt;br /&gt;383  517141401  นายนันทวุฒิ จงรักษ์   10 &lt;br /&gt;384  517141402  นายอนุพงษ์ ทิศสักบุรี   10 &lt;br /&gt;385  517141403  นางเปรมจิตร สิงห์คำ   10 &lt;br /&gt;386  517141404  นายบุญสนอง สิงห์คำ   10 &lt;br /&gt;387  517141405  นางอรทัย จอมวงษ์   10 &lt;br /&gt;388  517141406  นายคมสันต์ สำราญวงค์   10 &lt;br /&gt;389  517141407  นางมณฑาทิพย์ ทองแปลง   10 &lt;br /&gt;390  517141408  นางสาวกาญจนา จำปาหอม   10 &lt;br /&gt;391  517141409  นายธิติวุฒิ แดงดี   10 &lt;br /&gt;392  517141410  นายสุรศรี ขวัญยืน   10 &lt;br /&gt;393  517141411  นายณรงค์ฤทธิ์ อรัญถิตย์   10 &lt;br /&gt;394  517141412  นางสาวพิสมัย ทองผาย   10 &lt;br /&gt;395  517141413  นายอดิศักดิ์ ทองแปลง   10 &lt;br /&gt;396  517141414  นายศรทอง ศุภดล   10 &lt;br /&gt;397  517141415  นายปรีดา จอมหงษ์   10 &lt;br /&gt;398  517141416  นายไพโรจน์ หงษ์คำ   10 &lt;br /&gt;399  517141417  นางปิยาภรณ์ คำกุณา   10 &lt;br /&gt;400  517141418  นางสาวอภิญญา วราห์คำ   80 &lt;br /&gt;401  517141419  นายสุรัตน์ หานาม   10 &lt;br /&gt;402  517141420  นายพีรวัฒน์ แก่นงาม   10 &lt;br /&gt;403  517141421  นายวีระยุทธ เพิงประไพ   10 &lt;br /&gt;404  517141422  นายวัชราวุธ มัชฌิมา   10 &lt;br /&gt;405  517141423  นายธนาคาร ศิลารักษ์   10 &lt;br /&gt;406  517141424  นายอุทัย มาสาขาว   10 &lt;br /&gt;407  517141425  นายประสงค์ บ๊ะวงษ์   10 &lt;br /&gt;408  517141426  นายยุทธภัณฑ์ ทองสมบัติ   10 &lt;br /&gt;409  517141427  นายอวยชัย จันทร์ประเทศ   10 &lt;br /&gt;410  517141428  นายสิทธิศักดิ์ ทวยทน   10 &lt;br /&gt;411  517141429  นายทวีศักดิ์ ทองศรี   10 &lt;br /&gt;412  517141430  นายสันติ แสงประจักษ์   10 &lt;br /&gt;413  517141431  นายพลนิกรณ์ ทุมชาติ   10 &lt;br /&gt;414  517141432  นายชนภัทร ทองลอง   10 &lt;br /&gt;415  517141433  นายทองพูล พรรณาภพ   10 &lt;br /&gt;416  517141434  นางยุพาภรณ์ ทองรอง   10 &lt;br /&gt;417  517141435  นายอภิชัย คำเติม   10 &lt;br /&gt;418  517141436  นายสนธยา สาระ   10 &lt;br /&gt;419  517141437  นางคนึงนิตย์ ลือชา   10 &lt;br /&gt;420  517141438  นางสาวพิมพกานต์ ทานะกิจ   10 &lt;br /&gt;421  517141439  นางสาวยุวลักษณ์ แสนทวีสุข   10 &lt;br /&gt;422  517141440  ดาบตำรวจทวีศักดิ์ นันอุมาลี   10 &lt;br /&gt;423  517141441  นางสาวอรุณทิพย์ วงค์สุขะ   10 &lt;br /&gt;424  517141442  นางระพีพร อยู่สุข   10 &lt;br /&gt;425  517141443  นายวัชรินทร์ บุสภาค   10 &lt;br /&gt;426  517141444  นางสาวอภิญญา วราห์คำ   10 &lt;br /&gt;427  517141445  นายก้องภพ หิรัญอร   10 &lt;br /&gt;428  517141446  นางวาสนา แก้วศิริ   10 &lt;br /&gt;429  517141447  นางสาวชนัตรา ทองสมบัติ   10 &lt;br /&gt;430  517141448  นายศุภโชค พิมพิลา   10 &lt;br /&gt;431  517141449  นายอุไรวรรณ ชุมชัย   10 &lt;br /&gt;432  517141450  นายกิตติพงษ์ สลักเพชร   10 &lt;br /&gt;433  517141451  นางจารุวรรณ แก้วโรจน์   10 &lt;br /&gt;434  517141453  นายอภิรักษ์ ลัดดา   10 &lt;br /&gt;435  517141454  นายสราวุธ สัมผัสบุญ   10 &lt;br /&gt;436  517141455  นายทัตเทพ กาละกุล   10 &lt;br /&gt;437  517141456  นายสุเทพ พรมาธิ   10 &lt;br /&gt;438  517141457  นายไพบูลย์ มีคุณ   10 &lt;br /&gt;439  517141458  นายเดชา ศิริพัฒน์   10 &lt;br /&gt;440  517141464  นายจิรภาส สุทโธ   10&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-8779953773566509272?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/8779953773566509272/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=8779953773566509272' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/8779953773566509272'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/8779953773566509272'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/10/blog-post_26.html' title='เพื่อนร่วมคณะ'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-449318782461764806</id><published>2008-10-23T21:33:00.000-07:00</published><updated>2008-10-23T21:34:44.691-07:00</updated><title type='text'>นิรโทษกรรมสากลจี้เลิกโทษประหาร</title><content type='html'>&lt;strong&gt;นิรโทษกรรมสากลจี้เลิกโทษประหาร&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;องค์การนิร โทษกรรมสากลเรียกร้องอินเดีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน ยกเลิกโทษประหารอย่างเป็นทางการเป็นตัวอย่างให้ชาติอื่นๆ ทำตาม  เผยเอเชียมีการประหารชีวิตมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะจีน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                เนื่องในวันแห่งการต่อต้านโทษประหารชีวิตโลก เมื่อวันที่  10 ตุลาคม องค์การนิรโทษกรรมสากลได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้อินเดีย เกาหลีใต้ และไต้หวันยกเลิกโทษประหารชีวิตอย่างเป็นทางการเหมือนกับประเทศอื่นๆ หลังจากหลายปีที่ผ่านมาทั้ง 3 ประเทศได้หยุดการประหารนักโทษไปแล้ว ก็ควรจะประกาศอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับชาติอื่นๆ ในเอเชีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                องค์การนิรโทษกรรมสากลระบุว่า ทวีปเอเชียถือว่ามีการประหารชีวิตเพิ่มมากขึ้นกว่าทวีปอื่นๆ ทุกปี โดยประเทศจีนมีการประหารชีวิตนักโทษมากที่สุด เมื่อปีที่ผ่านมาจีนประหารชีวิตนักโทษไปอย่างน้อย 470 คน แต่เชื่อว่าตัวเลขที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้ พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ที่ยังคงโทษประหารไว้ มีความโปร่งใสมากขึ้นและเพิ่มมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งทบทวนการลงโทษผู้ที่ไม่ได้ก่ออาชญากรรมด้วยโทษประหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                ทั้งนี้ ตัวเลขขององค์การนิรโทษกรรมเมื่อเดือนมิถุนายน ระบุว่ามี 137 ประเทศทั่วโลกที่ยกเลิกโทษประหารแล้วทั้งทางปฏิบัติและตามกฎหาย รวมทั้ง 27 ประเทศในเอเชีย โดยอินเดีย และไต้หวันพร้อมแล้วที่จะอยู่ในกลุ่มนี้ โดยอินเดียไม่มีการประหารชีวิตมาตั้งแต่ปี 2547  แม้ว่าอินเดียจะยังคงมีโทษประหารอยู่ก็ตาม ขณะที่เกาหลีใต้มีการประหาชีวิตนักโทษครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนธันวาคม 2550แต่ยังมีนักโทษอีก 58 คน ที่ต้องโทษประหาร ส่วนไต้หวันปีนี้มีการตัดสินประหารชีวิตนักโทษไป 2 ราย ทำให้จำนวนนักโทษที่ต้องโทษประหารในไต้หวันมีทั้งหมด 30 คน แต่ไต้หวันยังไม่มีการประหารนักโทษมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2548&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                นางไอรีน ข่าน เลขาธิการองค์การนิรโทษกรรมสากล กล่าวว่า ยังคงมีความหวังที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคเอเชีย วันนี้จึงขอเรียกร้องให้อินเดีย เกาหลีใต้ และไต้หวัน ร่วมกับประชาคมโลกมนการยุติโทษประหารชีวิต และเป็นตัวอย่างให้แก่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียทำตามกันต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                เมื่อปี 2550 ทวีปเอเชียมีการประหารชีวิตนักโทษทั้งสิ้น 664 ราย ขณะที่ทั่วโลกมีการลงโทษประหารชีวิตอย่างน้อย 1,252 ราย แต่ทางข่านได้ออกแสดงความเสียใจว่า หลายประเทศยังขาดซึ่งความโปร่งใสในการใช้โทษประหารชีวิต และเตือนว่าจำนวนการประหารชีวิตนักโทษที่แท้จริงอาจจะสูงกว่านี้มาก พร้อมกับย้ำว่า โทษประหารชีวิตถือเป็นการละเมิดสิทธิของการมีชีวิตอยู่ (เอเอฟพี)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-449318782461764806?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/449318782461764806/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=449318782461764806' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/449318782461764806'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/449318782461764806'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/10/blog-post_23.html' title='นิรโทษกรรมสากลจี้เลิกโทษประหาร'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-9054436643904882915</id><published>2008-10-11T02:52:00.000-07:00</published><updated>2008-10-11T02:53:01.171-07:00</updated><title type='text'>การบริการประชาชนรูปแบบใหม่ ผ่านตู้ MPM</title><content type='html'>หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นหูกับการบริการประชาชนรูปแบบใหม่ผ่านทางตู้ MPM มากนัก ครั้งนี้จะมาทำความรู้จักกับการบริการในรูปแบบนี้กัน&lt;br /&gt;            กรมการปกครองได้พัฒนาระบบการให้บริการด้านการทะเบียนด้วยตนเองให้มาอยู่ในรูปแบบของตู้บริการคล้ายๆกับตู้เบิกเงินสด ATM ของธนาคาร โดยเป็นไปในลักษณะการให้บริการผ่านตู้MPM (Multi Purpose Machine) หรือตู้บริการทะเบียนอเนกประสงค์นั่นเอง&lt;br /&gt;                ตู้ MPM เป็นทางเลือกใหม่อีกรูปแบบหนึ่งให้กับประชาชนที่ต้องการรับบริการงานทะเบียนและบัตรประชาชน และงานทะเบียนอื่นๆ ที่ไม่ซับซ้อน โดยใช้ร่วมกับบัตร Smart Card การใช้บริการไม่ยุ่งยากเพียงแค่เสียบบัตร Smart Card พร้อมใส่รหัส Pin Code (รหัสลับ) หรือลายพิมพ์นิ้วมือ (นิ้วชี้) ก็สามารถทำการตรวจสอบหรือคัดรับรองข้อมูลในส่วนของตนเองได้ทันที ตู้ MPM มีรูปแบบการบริการต่างๆ ดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;-       ทะเบียนราษฎร์ ให้บริการตรวจสอบและคัดรับรองรายการบุคคล, ปรับปรุงทะเบียนด้วยตนเอง, การย้ายปลายทางอัตโนมัติและการตรวจสอบและคัดรับรองกายการสูติบัตร&lt;br /&gt;-       ทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน ให้บริการตรวจสอบและคัดรับรองรายการบัตร, การปรับปรุงข้อมูลในบัตร, การตรวจสอบและคัดสำเนาหน้าบัตรและการเปลี่ยนรหัส Pin Code&lt;br /&gt;-       ทะเบียนชื่อสกุล ให้บริการตรวจสอบชื่อสกุลที่จะจัดตั้ง, ตรวจสอบประวัติการตั้งชื่อสกุล, ตรวจสอบประวัติให้ร่วมใช้ชื่อสกุล และตรวจสอบจดทะเบียนชื่อตัวเอง&lt;br /&gt;-          ทะเบียนครอบครัว ให้บริการตรวจสอบคัดรับรองรายการทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่าและทะเบียนรับรองบุตร&lt;br /&gt;-       ทะเบียนเลือกตั้ง ให้บริการตรวจสอบสิทธิและการใช้สิทธิเลือกตั้ง, ตรวจสอบการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด, ลงทะเบียนและยกเลิกการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรและยกเลิกการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด&lt;br /&gt;-       ทะเบียนอื่นๆ   ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล การตรวจสอบหนังสือเดินทาง การตรวจสอบการขึ้นทะเบียนทหาร  และการตาวจสอบใบขับขี่ เป็นต้น&lt;br /&gt;การให้บริการประชาชนผ่านตู้ MPM  ถือเป็นนวัตกรรมการให้บริการรูปแบบใหม่ซึ่งกรมการปกครองได้มุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการดำเนินชีวิตในปัจจุบันที่เป็นไปด้วยความรวดเร็วและทันสมัย โดยในอนาคตอันใกล้ตู้ MPM จะสามารถให้บริการแก่ประชาชนอย่างแพร่หลายและเต็มรูปแบบต่อไป&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;มติชนรายวัน 20 กันยายน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-9054436643904882915?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/9054436643904882915/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=9054436643904882915' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/9054436643904882915'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/9054436643904882915'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/10/mpm.html' title='การบริการประชาชนรูปแบบใหม่ ผ่านตู้ MPM'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-5237257154099641384</id><published>2008-10-11T02:46:00.000-07:00</published><updated>2008-10-11T02:49:19.188-07:00</updated><title type='text'>เหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ</title><content type='html'>เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลนาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  ได้นำฝูงชนไปปิดล้อมบริเวณรัฐสภาเพื่อมิให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้  ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สลายการชุมนุมเพื่อเปิดทางให้คณะรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาเข้าไปในรัฐสภาได้  ต่อไปนี้เป็นลำดับเหตุการณ์ ตามที่เกิดขึ้นจริงดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 6 ตุลาคม 2551&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        18.20 น. แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมมีมติเริ่มประกาศเชิญชวนประชาชนในทำเนียบขยายพื้นที่ชุมนุมไปหน้ารัฐสภาเพื่อปิดล้อมไม่ให้มีการเปิดประชุมสภาเพื่อให้รัฐบาลแถลงนโยบาย ขณะนั้นผู้ชุมนุมบริเวณทำเนียบประมาณ 4,000 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        19.00 น. กลุ่มนักรบศรีวิชัยนำรั้วลวดหนามและแผงเหล็ก ปิดกั้นหัวท้ายถนนอู่ทองใน เพื่อไม่ให้รถเข้าออกบริเวณหน้ารัฐสภา ขณะเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลโดย พล.ต.ต. อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) จัดกำลังปราบจลาจล(ปจ.) จำนวน 2 กองร้อย เตรียมพร้อมรักษาความปลอดภัยบริเวณหน้ารัฐสภา รวมกับกำลังปจ.ที่มีอยู่โดยรอบทำเนียบรวมทั้งสิ้น 7 กองร้อย จำนวร 1,050 นาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        19.30 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.คร.) พล.ต.อ.วิโรจน์ พหลเวชช์ รอง ผบ.ตร.(มก.) พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รอง ผบ.ตร.(มก.1) พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) พล.ต.ต.ลิขิต กลิ่นอวล พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รองผบช.น./รอง ผบ.เหตุการณ์ประชุมติดตามสถานการณ์กรณีดังกล่าว ณ ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล(ศปก.น.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        19.45 น.ผู้ชุมนุมตั้งขบวนบริเวณลานพระราชวังดุสิต ประมาณ 4,000 คนมีนายศิริชัย ไม้งาม นายสำราญ รอดเพ็ชร นายสาวิทย์ แก้วหวาน  เป็นแกนนำพร้อมรถเครื่องเสียง 8 คัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        19.55 น. กลุมผู้ชุมนุมประมาณ 4,000 คนเคลื่อนขบวนมาถึงหน้าอาคารรัฐสภา ปิดล้อมถนนอู่ทองใน และถนนราชวิถี ข้างอาคารรัฐสภาด้านแยกพิชัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        22.30 น. ที่ทำนียบรัฐบาล มีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 5,000 คน ส่วนที่หน้าอาคารรัฐสภามี 3,000 คน โดยมีกำลัง ปจ.ที่ปฏิบัติอยู่ ณ ขณะนั้นรวม 12 กองร้อย จำนวน 1,800 นาย ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.1 ศส.บช.น. ปะปนกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งที่ทำเนียบและรัฐสภาเกาะติดด้านการข่าวบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        22.40 น. ที่ บช.น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. พล.ต.อ.วิโรจน์ พหลเวชช์ รอง ผบ.ตร.(มก.) พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบช.น.  พ.ต.อ.ปรีชา ธิมามนตรี รอง ผบก.หน.ศส.บช.น. ประชุมทีทห้องปารุส 1 ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท พล.ต.อ.วิโรจน์ พล.ต.ท.สุชาติ นั่งรถตู้ ทะเบียน ฮฉ282 กรุงเทพมหานคร  พร้อมนำแผนผังการปักหลักชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรออกจาก บช.น. ไปทันที โดย พล.ต.อ.พัชรวาท  ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมโดยทั้งหมดเดินทางยังทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวดอนเมือง  เพื่อพบกับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและคณะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนทั้งหมดจะกลับมานั่งปรึกษาหารือกันในห้องปารุส 1&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        23.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ดอนเมือง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์  นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉินเกือบทั้งคณะ เช่น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทางการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี พล.ต.อ.พัชรวาท และคณะเข้าร่วมด้วยใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง  จากนั้นต่างแยกกันกลับโดยแจ้งเพียงว่าที่ประชุมได้มอบให้ พล.อ.ชวลิต เป็นผู้รับผิดชอบเจรจาคลี่คลายสถานการณ์การชุมนุมพันธมิตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ 7 ตุลาคม 2551&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        01.00น. ที่ บช.น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.สั่งเพิ่มกำลังตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1,2,7 และต.ช.ด. จัดกำลัง ปจ.เพิ่มอีกหน่วยละ 3 กองร้อย รวม 12 กองร้อย ปฏิบัติภารกิจวันที่ 7 ตุลาคม ก่อนเวลา 05.00 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        01.30 น. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีเดินทางมา บช.น. พร้อมด้วย พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ หรือเสธ.หมึก นายทหารคนสนิท พล.ต.อ.บุญฤทธิ์ รัตนพร อดีตรอง ผบ.ตร. เพื่อประชุมร่วมกับ พล.ต.อ.พัชรวาท และรอง ผบ.ตร.(มก) รอง ผบ.ตร.(มก2)เพื่อติดตามสถานการณ์ โดย พล.อ.ชวลิต ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์เพียงใช้นิ้วมือไปปิดที่ปากแล้วบอกด้วยคำพูดว่า”จุ๊ จุ๊”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        01.55 น. พล.อ.ชวลิต เดินทางกลับจากหารือร่วมกับ พล.ต.อ.พัชรวาท ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ขอบคุณทุกคนนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        02.20 น.จำนวนผู้ชุมนุมบริเวณหน้าอาคารรัฐสภา มี2,500 คน ภายในทำเนียบ 3,000 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        02.30 น. พล.ต.ขัติยะ สัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก นั่งรถตู้เข้ามาที่ บช.น.เพื่อขอเข้าพบ พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รองผบช.น. อ้างว่าเป็นเพื่อนรู้จักกันเพื่อชี้แจงกรณีที่มีข่าวว่าตนเองเตรียมนำนักรบพระเจ้าตากกว่า 100 คน บุกเข้ารัฐสภาเพื่อขับไล่กลุ่มพันธมิตรไม่เป็นความจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        03.00 น. บริเวณแยกพระบรมรูปทรงม้าด้านถนนอู่ทองใน กลุ่มพันธมิตรประมาณ 50 คน นำรถแท็กซี่ ยางรถยนต์ราดน้ำมัน แผงเหล็กมาปิดกั้นเพื่อมิให้รถทุกชนิดผ่านเข้าถนนอู่ทองใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        04.00 น. พล.ต.ต.ลิขิต กลิ่นอวล รองผบช.น./รอง ผบ.เหตุการณ์ พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รองผบช.น. พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบช.น. ประชุมร่วมกับ รองผบก./ผบ.ร้อยผู้ควบคุมกำลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        05.30 น. พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ ขึ้นเวทีปราศรัยด้านหน้ารัฐสภา ให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบเชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        06.15 น. กำลัง ปจ.12 กองร้อย เข้าปฏิบัติการตามแผนเคลียร์กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากถนนราชวิถี  เพื่อเปิดเส้นทางให้ ส.ส.เข้าสภาด้านประตูปราสาทเทวฤทธิ์  เพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยได้นำกำลังเข้าทางด้านถนนราชวิถีแยกการเรือน ถนนพิชัย แยกขัตติยานี มีหน่วยอรินทราช 26 กองกำกับการปราบปรามจลาจล บก.ตปพ. จำนวนหนึ่งซุ่มดูความเคลื่อนไหวกลุ่มพันธมิตรที่ปักหลักอยุ่ถนนราชวิถีใกล้แยกพิชัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        06.30 น. กำลังตำรวจจากฝ่ายปฏิบัติการพิเศษและตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ประมาณ 900 นาย ตั้งแถวดาหน้าเข้าหากลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกพิชัยที่ตั้งรั้วลวดหนามและแผงเหล็กกั้นไว้ โดยมีหน่วยอรินทราชอยู่ด้านหน้า และกระสุนยาง ไอ้เตี้ย(ระเบิดควัน) และแก๊สน้ำตายิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม มีผู้บาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัสมากกว่าครึ่งร้อย จนผู้ชุมนุมต้องทยอยถอยร่นมารวมตัวอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        06.35 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรที่อยู่ภายในบริเวณทำเนียบรัฐบาลต่างพากันโห่ร้องแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงที่ตำรวจใช้กำลังสลายผู้ชุมนุมบริเวณรัฐสภา จากนั้นพิธีกรบนเวทีได้กล่าวโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า กระทำเกินกว่าเหตุ รังแกประชาชน  พร้อมทั้งปุกระดมให้มวลชนลุกขึ้นสู้ และประกาศขอรับ บริจาคน้ำดื่ม น้ำยาล้างตา จำนวนมาก เพื่อนำไปให้กับผู้ชุมนุมที่รัฐสภา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·     จากนั้น นายสนธิ  ลิ้มทองกุล แกนำกลุ่มพันธมิตร ได้ขึ้นเวทีขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่รัฐสภาตรึงกำลังให้เหนียวแน่นอย่าให้ ส.ส. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่านเข้าไปประชุมเพื่อแถลงนโยบายได้ และเรียกร้องให้สหภาพแรงงานทุกแห่งหยุดงาน และตัดน้ำตัดไฟที่รัฐสภา เพราะเห็นได้ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรังแกประชาชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·              06.45 น. ตำรวจ ปจ. เข้าไปยึดพื้นที่ถนนราชวิถีตลอดเส้นทาง และภายในพื้นที่รัฐสภา ขณะเดียวกันมีหน่วยรถพยาบาลจาก       ศูนย์นเรนทร ศูนย์เอราวัณ กว่า 20 คัน  ทยอยมารับผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง เช่น ราชวิถี วชิรพยาบาล และรามาธิบดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·              07.00 น. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. มาดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปจ.ที่เตรียมพร้อม ณ ที่ตั้งภายใน บช.น. แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการใช้แก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้ชุมนุม เพียงแต่ระบุว่ามีการใช้กำลังตำรวจดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยสถานการณ์การชุมนุมพันธมิตรที่มายึดหน้ารัฐสภาเวลานี้ จำนวน 30 กองร้อย จำนวน 4,500 นาย มาจาก บช.น.ก.และตชด.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·              09.15 น. ตำรวจ 1 กองร้อยตั้งแถว กั้นรั้วเหล็กและนำรถขนผู้ต้องหา 3 คัน มาจอดปิดกั้นผู้ชุมนุมไม่ให้เจ้ามาในถนนราชวิถี ขณะที่บริเวณถนนอู่ทองใน ด้านหน้ารัฐสภา มีผู้คนทยอยมาร่วมกับผู้ชุมนุมเดิมอย่างไม่ขาดสายหลายพันคน โดยมีแกนนำพันธมิตรรุ่น 2 เช่น นายศิริชัย ไม้งาม นายสำราญ รอดเพ็ชร ฯลฯ ขึ้นปราศรัยให้กำลังใยผู้ชุมนุม และโจมตีการทำงานของรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·              09.20 น. มีข่าวว่ามีการตัดไฟภายในอาคารรัฐสภา ทำให้อาคารรัฐสภาต้องใช้ไฟสำรอง ขณะที่เริ่มมี ส.ส. และ ส.ว. ทยอยเดินทางเข้าภายในรัฐสภา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·              10.00 น. ผู้ชุมนุมจากทำเนียบรัฐบาลจำนวนหลายพันคนเดินอ้อมมาทางแยกการเรือน เพื่อมาสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภา แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดโดยยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ ทำให้ผู้ชุมนุมก็ยังคงปักหลักอยู่ตรงจุดที่ถูกยิงแก๊สน้ำตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·              10.45 น. นายชัย ชิดชอบ  ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดการประชุมรัฐสภา เพื่อให้รัฐบาลแถลงนโยบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        11.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมยกขบวนมาที่บริเวณที่ลานพระรูปทรงม้า โดยมีตำรวจประมาณ 50 นาย ยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ทำให้ผู้ชุมนุมโต้ตอบด้วยการใช้น็อตลูกแก้ว ก้อนหิน ปาและยิงโต้ตอบ รวมทั้งขับรถดูดส้วมมาฉีดอุจจาระใส่ตำรวจ ทำให้ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสกัด ผู้ชุมนุมจึงขับรถดูดส้วมล่าถอยไป  อย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมบางส่วนได้เข้าทุบทำลายป้อมตำรวจควบคุมสัญญาณจราจรบริเวณแยกวัดเบญจมบพิตร โดยกลุ่มผู้ชุมนุมทุบทำลายกระจกประตู หน้าต่างแตกรวมทั้งอุปกรณ์ควบคุมสัญญาณไฟเสียหาย และทุบทำลายรถจักรยานยนต์ตำรวจเสียหาย 2 คัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        10.40 น. กลุ่มผู้ชุมนุมไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.)  พร้อมขว้างระเบิดปิงปองเข้าภายในรั้ว บช.น. ด้านหน้าสนามกีฬา  กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (กก.3 บก.ตปพ.) จำนวน 2 ลูกตำรวจที่รักษาการณ์ในพื้นที่จึงยิงแก๊สน้ำตาขับไล่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        11.55 น. กลุ่มผู้ชุมนุมด้านหน้ารัฐสภารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อผลักดันแนวกั้นของตำรวจด้านถนนราชวิถีโดยกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามยกแผงเหล็กออกแต่ถูกตำรวจใช้ไม้กระบองตีศรีษะแตกไป 1 คน แต่สุดท้ายกลุ่มผู้ชุมนุมสามารถพังแผงเหล็กได้และเคลื่อนกำลังไปด้านแยกการเรือน ทำให้ตำรวจถึงกับขวัญเสีย วิ่งหนีกระเจิงทิ้งโล่ไว้ ทำให้ตำรวจในสภาต้องรีบปิดประตูสภา ผู้ชุมนุมจึงไม่พอใจขว้างปาก้อนอิฐ ขวดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ขวดน้ำบรรจุฉี่ เข้าภายในรัฐสภาแตกกระจายส่งกลิ่นเหม็นหึ่ง    ขณะเดียวกันมีการนำแผงเหล็กมากั้นประตูปราสาทเทวฤทธิ์ และนำโซ่มาคล้องและล็อคกุญแจไว้ ทำให้ส.ส.และส.ว.ที่เลิกประชุมไม่สามารถออกนอกรัฐสภาได้  นอกจากนี้ ยังได้ไปปิดกั้นถนนราชวิถี หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และนำรถปิกอัพของตำรวจที่จอดทิ้งไว้ 3 คัน ไปปิดกั้นเพื่อไม่ให้ตำรวจเข้ามา โดยเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มกำลังเป็น 3 กองร้อย และประจันหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุม และยังมีตำรวจ อีก 2 กองร้อยอยู่ที่ถนนราชวิถีด้านข้างเขาดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        15.20 น. ตชด. และตำรวจปฏิบัติการพิเศษ 900 นาย พร้อมโล่ กระบอง เข้าประจำตามจุดต่างๆ คือบริเวณถนนราชสีมา ถนนราชวิถี ถนนอู่ทองใน เข้าสลายพันธมิตรออกจากบริเวณโดยรอบรัฐสภา โดยตำรวจยิงแก๊สน้ำตานับร้อยลูกสลับกับประทัดยักษ์อย่างต่อเนื่องเข้าใส่ผู้ชุมนุม และยังมีเสียงคล้ายปืนพกดังออกมาจากฝ่ายตำรวจ เพื่อผลักดันผู้ชุมนุม จนทำให้ผู้ชุมนุมวิ่งแตกกระเจิง ไปรวมตัวบริเวณถนนอู่ทองใน หน้ารัฐสภา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        17.00 น.ผู้ชุมนุมขับรถอุจจาระของกทม. ไปถนนอู่ทองในและฉีดอุจจาระใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสกัดผู้ชุมนุมไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        18.00 น. มีการระดมผู้ชุมนุมจำนวนมากมาตรึงกำลังที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อล้อม บช.น. ที่อู่ใกล้เคียงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใน บช.น. ได้ยิงแก๊สน้ำตาออกมาเป็นระยะๆ ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;·        19.15 น. หลังจากเคลียร์ ส.ส.และส.ว. รวมทั้งเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน ออกจากรัฐสภาหมดแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมก็เริ่มเลื่อนอกจากบริเวณรัฐสภา เพื่อไปรวมตัวที่ทำเนียบ โดยส่วนหนึ่งได้รวมกับพันธมิตรบริเวณหน้าลานพระบรมรูปทรงม้า และ บช.น. ประมาณ 5000 คน เต็มลานพระบรมรูปทรงม้า&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-5237257154099641384?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/5237257154099641384/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=5237257154099641384' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/5237257154099641384'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/5237257154099641384'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/10/blog-post.html' title='เหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-7896503372390950131</id><published>2008-07-30T21:36:00.001-07:00</published><updated>2008-07-30T21:39:49.770-07:00</updated><title type='text'>แถลงการณ์ของนายจอร์จ  เยียว  รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์  เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2008</title><content type='html'>ข้าพเจ้าได้หารืออย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2008  กับรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียน  เพื่อหารือเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดในประเด็นเรื่องปราสาทพระวิหาร  ซึ่งทั้งกัมพูชาและไทยต่างย้ำว่าจะดำเนินการด้วยสันติวิธีต่อประเด็นดังกล่าวและให้ความมั่นใจกับข้าพเจ้าว่าคณะกรรมการชายแดนทั่วไปจะดำเนินการประชุมอย่างต่อเนื่อง  และการประชุมครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้&lt;br /&gt; ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้เสนอการอำนวยความสะดวกของอาเซียนในฐานะเป็นกลไกสำหรับกัมพูชาและไทยที่ได้ยอมรับถึงความสำคัญของการรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค  โดยมีการเสนอให้จัดตั้งกลุ่มประสานงานของอาเซียน  เพื่อช่วยสนับสนุนความพยายามของไทยและกัมพูชาในการหาสันติวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  โดยข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มหนึ่ง  และก็มีความเห็นโดยรวมว่ากระบวนการระดับทวิภาคีควรจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและยังคงไม่มีมติเป็นเอกฉันท์ในการจัดตั้งกลุ่มดังกล่าวขึ้น&lt;br /&gt; รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนยังคงจะจับตาดูกรณีนี้ต่อไป  และข้าพเจ้าได้ร้องขอไปยังกัมพูชาและไทยให้แจ้งสถานการณ์ล่าสุดในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการที่นครนิวยอร์ก  (การประชุมคู่ขนานกับการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเดือนกันยายน)&lt;br /&gt; ไทยและกัมพูชาได้รับประกันว่าจะดำเนินการอย่างสุดความสามารถเพื่อควบคุมและแก้ไขปัญหาระหว่างกันฉันมิตรด้วยความสมานฉันท์และความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันอันเป็นจิตวิญญาณของอาเซียน  โดยทั้งสองฝ่ายยังได้ย้ำว่าจะควบคุมสถานการณ์เอาไว้เพื่อให้สอดคล้องกับพันธะผูกพันทั้งในระดับอาเซียนและระดับนานาชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระทรวงต่างประเทศ&lt;br /&gt;สิงคโปร์&lt;br /&gt;22  กรกฎาคม  2008&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-7896503372390950131?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/7896503372390950131/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=7896503372390950131' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/7896503372390950131'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/7896503372390950131'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/07/22-2008.html' title='แถลงการณ์ของนายจอร์จ  เยียว  รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์  เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2008'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-3397595301617016639</id><published>2008-07-30T21:36:00.000-07:00</published><updated>2008-07-30T21:38:23.772-07:00</updated><title type='text'>เปิดจดหมาย  “ ฮอร์  นัมฮง “  ฟ้องอาเซียน</title><content type='html'>ต่อไปนี้คือรายละเอียดของจดหมายที่นาย ฮอร์  นัมฮง  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา  ทำถึงนายจอร์จ  เยียว  รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์  ในฐานะประธานอาเซียนร้องขอให้อาเซียนจัดตั้งกลุ่มรัฐมนตรีจากประเทศอาเซียนเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกับไทย&lt;br /&gt; หลังจากมีการพิจารณากันในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการแล้ว  นาย จอร์จ  เยียว  ได้ออกแถลงการณ์เป็นการชี้แจงต่อคำร้องขอของกัมพูชาในวันที่ 22 กรกฎาคม&lt;br /&gt; เนื้อหาของจดหมายและแถลงการณ์ดังกล่าวมีรายละเอียดดังต่อไปนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พนมเปญ, 21 กรกฎาคม 2008&lt;br /&gt;เรียน  ฯพณฯทายจอร์จ เยียว  รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์&lt;br /&gt; ในขณะที่สถานการณ์บริเวณปราสาทพระวิหารของกัมพูชากำลังย่ำแย่อยู่ขณะนี้  ข้าพเจ้าขอเรียนแจ้งต่อ ฯพณฯถึงเรื่องความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น&lt;br /&gt; ในขณะที่ไทยยังคงตรึงกำลังทหารบริเวณวัดแก้วสิขาคีรี  สวาระ  ในดินแดนของกัมพูชา  ทหารไทยพร้อมปืนใหญ่และรถถังได้ประจำการอยู่ตามแนวบริเวณชายแดน  ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่ออธิปไตยและความมั่นคงของดินแดนกัมพูชาเท่านั้น   หากแต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคนี้อีกด้วย&lt;br /&gt; ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงอยากจะยื่นเรื่องต่อสิงคโปร์ในฐานะประธานอาเซียนให้จัดตั้งกลุ่มรัฐมนตรีจากประเทศในอาเซียนขึ้น  โดยประกอบไปด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์  อินโดนีเซีย  เวียดนาม  และลาว  เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการสรรหาสันติวิธีสำหรับแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้นในตอนนี้และเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างสองประเทศสมาชิกของอาเซียน&lt;br /&gt; ข้าพเจ้าขอใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน  ได้เสนอความช่วยเหลือกัมพูชาและไทยในการหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีตามแถลงการณ์ชองประธานอาเซียน  เมื่อวันที่  20 กรกฎาคม 2008   &lt;br /&gt; ขอฯพณฯ โปรดรับข้อเสนอของข้าพเจ้า    ด้วยความเคารพอย่างสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       ฮอร์          นัมฮง&lt;br /&gt;        รองนายกรัฐมนตรี&lt;br /&gt;    รัฐมนตรีต่างประเทศและความร่วมมือระหว่าประเทศ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-3397595301617016639?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/3397595301617016639/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=3397595301617016639' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/3397595301617016639'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/3397595301617016639'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/07/blog-post_30.html' title='เปิดจดหมาย  “ ฮอร์  นัมฮง “  ฟ้องอาเซียน'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-2296146431490911210</id><published>2008-07-30T21:32:00.000-07:00</published><updated>2008-07-30T21:36:03.933-07:00</updated><title type='text'>ต่างมุม.....”รัฏฐาธิปัตย์”</title><content type='html'>จาก...มติชน 24 ก.ค.2551&lt;br /&gt; ปมสำคัญที่หยิบมาเป็น “เงื่อนไข” ถอดถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คือไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ  จากพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 6 พ.ร.บ.ป.ป.ช.&lt;br /&gt; แต่กรรมการ ป.ป.ช. อ้างถึงหนังสือที่ นายรองพล เจริญพันธุ์  เลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีไปถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2549  ระบุว่า “ตามที่ได้ขอให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่  6 ตุลาคม 2549 เป็นต้นไป  ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น  สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ขอให้สำนักราชเลขาธิการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไปแล้ว  บัดนี้  ได้รับแจ้งความเห็นว่า ป.ป.ช. ที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ได้มีประกาศฉบับที่ 19  แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแล้วนั้น  ย่อมถือได้ว่ามีผลสมบูรณ์ที่สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย  เนื่องจากขณะนั้นคณะปฏิรูปการปกครองฯ มีฐานะเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” มีอำนาจเด็จขาดแต่เพียงผู้เดียว  ประการหรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองฯ ต่างๆ ย่อมมีผลบังคับใช้ได้โดยชอบมาตั้งแต่ต้น” &lt;br /&gt; แต่ประเด็นเรื่องคำสั่ง  หรือประกาศของคณะรัฐประหาร  ถือเป็ฯการออกโดยรัฏฐาธิปัตย์ หรือไม่  ยังเป็นข้อถกเถียงทางวิชาการ&lt;br /&gt; โดยคำว่า “รัฏฐาธิปัตย์” หมายถึง  ผู้มีอำนาจปกครองสูงสุด&lt;br /&gt; กรณีที่เกิดขึ้น ขณะนั้น คปค.ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐ  และขณะนั้นไม่มีรัฐธรรมนูญและรัฐสภา คณะรัฐประหารจึงสามารถใช้อำนาจอธิปไตยในการจัดตั้งองค์กรทางการเมือง แต่ทั้งนี้ยังคงต้องอาศัยตัวบทกฎหมายดังกล่าวคือบรรดาประกาศฉบับต่างๆ ของคปค.นั่นเอง &lt;br /&gt; ข้อถกเถียงในทางวิชาการคือ ประกาศของคณะยึดอำนาจออกมาโดย “รัฏฐาธิปัตย์” หรือไม่&lt;br /&gt; ฝ่ายหนึ่งมองว่า  เมื่อคณะปฏิวัติยึดอำนาจสำเร็จ  ทำให้ไม่มีรัฐธรรมนูญและรัฐสภา ดังนั้นประกาศหรือคำสั่งต่างๆ ของคณะปฏิวัติจึงถือเป็นกฎหมายที่ออกมาจากรัฏฐาธิปัตย์&lt;br /&gt; ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งมองว่า คณะปฏิวัติเป็นผู้ที่ได้อำนาจรัฐมาโดยนอกวิถีทางประชาธิปไตย  ฉะนั้น เมื่ออำนาจนี้ได้มาโดยมิชอบ คำสั่งที่ออกมาย่อมไม่ชอบตามมาด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-2296146431490911210?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/2296146431490911210/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=2296146431490911210' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2296146431490911210'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/2296146431490911210'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/07/blog-post.html' title='ต่างมุม.....”รัฏฐาธิปัตย์”'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-7270793834263291127</id><published>2008-07-07T22:12:00.000-07:00</published><updated>2008-07-07T22:31:19.043-07:00</updated><title type='text'>รายชื่อนักศึกษาที่บริจาคทำพานไหว้ครูปี 2551</title><content type='html'>รายฃื่อนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์ ที่บริจาคเงินทำพานไหว้ครู &lt;br /&gt;ประจำปี 2551&lt;br /&gt;ลำดับ  ชื่อ  นามสกุล  รหัสนักศึกษา  จำนวนเงิน  หมายเหตุ&lt;br /&gt;1  นาย เฉลียว  บุระมาศ  517141273  10  &lt;br /&gt;2  นส. ศุภลักษ์  รัตนกุล  517141048  10  &lt;br /&gt;3  นส. พนิดา  จันละคล  517141283  10  &lt;br /&gt;4  นส. ปรียานุช  มุขสมบัติ  517141185  10  &lt;br /&gt;5  นส. นิตยา  วัลภา  517141079  10  &lt;br /&gt;6  นาย ณัฐนนท์  ชมชิด  517141013  10  &lt;br /&gt;7  นาย อุทัยสิน  ไฉนรัตน์  517141025  10  &lt;br /&gt;8  นส. สกุณา  บัวทอง  517141127  10  &lt;br /&gt;9  นส. วิไลพรรณ  ขำตา  517141081  10  &lt;br /&gt;10  นาย คมสัน    เข็มเงิน  517141030  10  &lt;br /&gt;11  นาย อภิดล   สิลาวงศ์  517141033  10  &lt;br /&gt;12  นาย แหลมทอง  รางสถิต  517141082  10  &lt;br /&gt;13  นาง ปานหทัย    เตชะเลิศวิริยกิจ  517141095  10  &lt;br /&gt;14  นาง ขจัดภัย  พรรณงาม  517141123  10  &lt;br /&gt;15  นาย องค์อินทร์  ไทยพารา  517141151  10  &lt;br /&gt;16  นส. วันวิสา  อินทนนท์  517141293  10  &lt;br /&gt;17  นาย พจน์                             10&lt;br /&gt;18  นาย อุทัย                  งามสาย  517141239  10  &lt;br /&gt;19  นาย ไสว                  สรแสง  517141269  10  &lt;br /&gt;20  นาย วิจารณ์  สลักคำ  517141265  10  &lt;br /&gt;21  นส. คนาวรรณ  พันธุ์โชติ  517141074  10  &lt;br /&gt;22  นาย สมภาร  คันศร  517141275  10  &lt;br /&gt;23  นส. ปิยะดา  กลิ่นแก้ว  517141153  10  &lt;br /&gt;24  นส. สุปราณี  สุขประเสริฐ 517141138  10  &lt;br /&gt;25  นาย ศิวาราช  สายเสน  517141180  10  &lt;br /&gt;26  นส. จรัญศรี  ทองเทพ  517141162  10  &lt;br /&gt;27  นาง บานเย็น  หิรัญอร  517141314  10  &lt;br /&gt;28  นายพจนาท  สุพันธ์  517141327  10  &lt;br /&gt;29  นาย ชัยยุทธ  บุญดอนยาง 517141337  10  &lt;br /&gt;30  นาง รัตณภร  กิติยะ  517141250  10  &lt;br /&gt;31  นาง ธัญญารัตน์  ไชยชิต  517141083  10  &lt;br /&gt;32  นาง ประกายแก้ว  ราชชมภู  517141251  10  &lt;br /&gt;33  นส. สุฬิษา  ดาราคำ  517141221  10  &lt;br /&gt;34  นส. ลัดดาวัลย์  พูลเต็ม  517141057  10  &lt;br /&gt;35  นาย พิชัย            แพงทรัพย์  517141033  10  &lt;br /&gt;36  นาย สมาน   อ่อนคำ  517141220  10  &lt;br /&gt;37  นาย ไพศาล  เอี่ยมประเสริฐ 517141047  10  &lt;br /&gt;38  สอ. วัลย์ชัย  อ่อนแท้  517141335  10  &lt;br /&gt;39  นาย ณรงค์ธรรม  อุ่นใจ  517141064  10  &lt;br /&gt;40  นส. ยุภาพร   ต้นสาย  517141066  10  &lt;br /&gt;41  สอ. เกษมณี  พิมพ์พยอม  517141336  10  &lt;br /&gt;42  นาย วสันต์   คำศรี  517141226  10  &lt;br /&gt;43  นส. สุรัชฎาวลี  พุทธผล  517141227  10  &lt;br /&gt;44  นาย บุญมี    ทะคำสอน  517141093  10  &lt;br /&gt;45  นาย ภูวณัฏฐ์  คัชมาร  517141167  10  &lt;br /&gt;46  นาย มรกต   ไชยโย  517141108  10  &lt;br /&gt;47  นาย อรรถพล  กองแก้ว  517141322  10  &lt;br /&gt;48  นาย วงศ์ตระกูล  ขันคำ  517141011  10  &lt;br /&gt;49  นาย วีระ                  ดวงสว่าง  517141311  10  &lt;br /&gt;50  นาย เริงฤทธิ์  อภัยโคตร  517141114  10  &lt;br /&gt;51  นาย อุดมศักดิ์  สัตนาโค  517141242  10  &lt;br /&gt;52  นาย ถวิล                  พิลาภา  517141179  10  &lt;br /&gt;53  นาย นำพล                  พระตลับ  517141235  10  &lt;br /&gt;54  นาง ธัญฤพร  โคตทา  517141384  10  &lt;br /&gt;55  นส. กัญญา  เขียวพิมพ์  517141383  10  &lt;br /&gt;56  นาย อภิชาต  สิทธิเสือ  517141382  10  &lt;br /&gt;57  นาง เพชรา                  โมกมูล  517141385  10  &lt;br /&gt;58  นาย ลุมพี                  สมพบ   10  &lt;br /&gt;59  นาย สมศักดิ์  สุขพงษ์   10  &lt;br /&gt;60  สมคิด                 ศรีสด   10  &lt;br /&gt;61  ลำไย                  สุตะคาน   10  &lt;br /&gt;62  วรเทพ                  สำทิศ   10  &lt;br /&gt;63  อุดมพร        จันทร์สุข       10  &lt;br /&gt;64  เพลิญใจ       อุ่นอาย                   10  &lt;br /&gt;65  วิไลวรรณ      สมเทพ                  10  &lt;br /&gt;66  ยุทธนาวี      เกษแก้ว                  10  &lt;br /&gt;67  นส. ลดาวัลย์  วรรณสวัสดิ   10  &lt;br /&gt;68  นส. จันทรา  เพิ่มพร   10  &lt;br /&gt;69  นาย ณัฐวุฒิ  เลิศเสรี   10  &lt;br /&gt;70  นาย ประยูร  คำเต็ม   10  &lt;br /&gt;71  นาย สุวัฒน์  ร่วมสุข                   10  &lt;br /&gt;72  นาย วิศนุ  แสวงพงศ์                   10  &lt;br /&gt;73  นาย วินัย   โมฬีชาติ                   10  &lt;br /&gt;74  พ.ต.อ. บุญแถบ                    &lt;strong&gt;30&lt;/strong&gt;  &lt;br /&gt;75  นายภาณุวัฒน์                   10  &lt;br /&gt;76  นาย ราชันย์                    10  &lt;br /&gt;77  นาย วรวิทย์  เกิดสุวรรณ   10  &lt;br /&gt;78  นาย อนุพงศ์   ประมวลสุข   10  &lt;br /&gt;79  นาย คทาเพชร  มนตรีชัย   10  &lt;br /&gt;80  นาย เทพรังสรร  มาตขาว   10  &lt;br /&gt;81  นาง หนูเพียน  อุระวงศ์   10  &lt;br /&gt;82  นาย วิเชียร    ผกามรี   10  &lt;br /&gt;83  นาย ไชยา     กล้าใจ   10  &lt;br /&gt;84  นาย ธรรมนอง  ศักดิ์บุญ   10  &lt;br /&gt;85  นาย ยุทธชัย  สายใจ   10  &lt;br /&gt;86  นส.อัมรา     ชิณธรรม   10  &lt;br /&gt;87  นส. วรรณา  แจ่มใส   10  &lt;br /&gt;88  นส.สุวรรณ  กุลโชติ   10  &lt;br /&gt;89  สุรวัฒน์        ชวนชาญ   10  &lt;br /&gt;90  นาย สหรรวรรศ  รุ่งเรือง   10  &lt;br /&gt;91  นาย วิริยะ    เคนบุปผา   10  &lt;br /&gt;92  สตอ. บรรจบ  แก้วสิงห์   10  &lt;br /&gt;93  นาย อุดร      สว่างแก้ว   10  &lt;br /&gt;94  นาย กิตติศักดิ์  พันธ์โข   10  &lt;br /&gt;95  นาย ลิขิต      ดุจดา   10  &lt;br /&gt;96  นาย มานพ    สินธุรัตน์   10  &lt;br /&gt;97  นาย สุริยา    ไชยสำแดง   10  &lt;br /&gt;98  นาย แม้น     จันทร์เทพ   10  &lt;br /&gt;99  นาย วิกรัย    จันทร์เทพ   10  &lt;br /&gt;100  นาย อาพร    บุตรสี   10  &lt;br /&gt;101  นาย เลิศ                  จิตจันทร์   10  &lt;br /&gt;102  นาย เขียน     มนัส   10  &lt;br /&gt;103  นาย พลากร  เลพล   10  &lt;br /&gt;104  นาย นฤพนธ์  ทาระธรรม   10  &lt;br /&gt;105  นาย มานะ     มั่นการ   10  &lt;br /&gt;106  นาย ศราวุธ    เนตรหาญ   10  &lt;br /&gt;107  นาย วีระชาติ  ประพันธ์   10  &lt;br /&gt;108  นาย ประหยัด  หาสุข   10  &lt;br /&gt;109  นาย วัชรินทร์   นาครินทร์   10  &lt;br /&gt;110  นาย รณภพ  ขันแก้ว   10  &lt;br /&gt;111  นาย ไกรภพ  พวงพิลา   10  &lt;br /&gt;112  นาย วรวุฒิ                  คันธะเนตร   10  &lt;br /&gt;113  นาย ประชา  ไทจันทร์   10  &lt;br /&gt;114  นาง สงกรานต์  ปกป้อง   10  &lt;br /&gt;115  นาย ธีรายุทธ  ธรรมสาร   10  &lt;br /&gt;116  นาย ปรัชญา  ศิลาโคตร   10  &lt;br /&gt;117  นส. สุพัตรา   บุดดีวัน   10  &lt;br /&gt;118  นาย วลลภ    ทองคู่   10  &lt;br /&gt;119  นายถาวร                  พันธุ์ทอง   10  &lt;br /&gt;120  นาย อารมณ์  ชิณกธรรม   10  &lt;br /&gt;121  นาย สมบัติ   คงทน   10  &lt;br /&gt;122  นาย อภิลักษณ์  ป้องพิมพ์   10  &lt;br /&gt;123  นายธานินย์   เคนบุปผา   10  &lt;br /&gt;124  ธีรศักดิ์                  มูลนี   10  &lt;br /&gt;125  พรประสิทธิ์                 โมนะทา   10  &lt;br /&gt;126  พุทธา                   นารีวงศ์   10  &lt;br /&gt;127  จักรพล                  สาลี   10  &lt;br /&gt;128  ฉัตรชัย                  อมรวงศ์   10  &lt;br /&gt;129  นาย พิสิทธิ์    ทองคำ   10  &lt;br /&gt;130  นส.เพชร                 ชุมสิงห์   10  &lt;br /&gt;131  นาย ปรีดี                  ไชยสำแดง   10  &lt;br /&gt;132  นาย บัวสี                  มีแสง   10  &lt;br /&gt;133  นาย เรณยุทธ  ค่ำคูณ   10  &lt;br /&gt;134  นส. สุภาวดี  กำปั่น   10  &lt;br /&gt;135  นส. กนกวรรณ  ณ หนองคาย  10  &lt;br /&gt;136  นาง วาสิษฐี                   10  &lt;br /&gt;137  นส. จันทร์สุดา  สินศาสตร์   10  &lt;br /&gt;138  นาย แสงจันทร์  สุฤทธิ์   10  &lt;br /&gt;139  วรวรรธน์                  นิตย์อินทร์   10  &lt;br /&gt;140  นาย สมชาย  บุตรดี   10  &lt;br /&gt;141  นาย วิสันต์   บุญมาเรือง   10  &lt;br /&gt;142  นาย ธิวา                  แก้วบัวเคน   10  &lt;br /&gt;143  นส. นันท์นภัส  ดีเลิศ   10  &lt;br /&gt;144  นาย นัฐกรณ์  พิมพกัน   10  &lt;br /&gt;145  นาย วิษณุ                  แสวงพงศ์   10  &lt;br /&gt;146  นาย อัครเดช  ค่ำคูณ   10  &lt;br /&gt;147  นาง เสาวนีย์                กองเงิน           10  &lt;br /&gt;148  นาง สุพรรณีย์              บุระมาศ       10  &lt;br /&gt; รวมทั้งสิ้น                          1500  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ  หาสะกดชื่อนามสกุลผิดพลาด  ต้องขออภัยด้วย เนื่องจากอ่านลายมือแต่ละคนยากมากๆครับ  หากชื่อใครตกหล่นต้องขออภัยด้วยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่าใช้จ่าย     เป็นค่าทำพานไหว้ครู  700  บาท&lt;br /&gt;                 คงเหลือ                   800  บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พานได้รับรางวัลชนะเลิศเงินรางวัล 1,000 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รวมเงินคงเหลือ                         1,800 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งหมดเก็บไว้ใช้ในกิจกรรมที่จำเป็นข้างหน้าต่อไป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-7270793834263291127?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/7270793834263291127/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=7270793834263291127' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/7270793834263291127'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/7270793834263291127'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/07/2551_07.html' title='รายชื่อนักศึกษาที่บริจาคทำพานไหว้ครูปี 2551'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-5558412514709232934</id><published>2008-07-07T22:03:00.000-07:00</published><updated>2008-12-10T06:34:06.202-08:00</updated><title type='text'>บายศรีสู่ขวัญรับน้องใหม่ 2551</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2llSPx2I/AAAAAAAAAJI/KQ3VH0J3CVs/s1600-h/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B57.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://2.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2llSPx2I/AAAAAAAAAJI/KQ3VH0J3CVs/s320/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B57.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220506043600062306" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2d-qP8wI/AAAAAAAAAJA/gEyBT8ya2xc/s1600-h/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B56.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2d-qP8wI/AAAAAAAAAJA/gEyBT8ya2xc/s320/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B56.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220505912972669698" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2XhXWUAI/AAAAAAAAAI4/BOdYOHetHyg/s1600-h/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B55.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2XhXWUAI/AAAAAAAAAI4/BOdYOHetHyg/s320/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B55.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220505802029551618" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2QnTiu0I/AAAAAAAAAIw/jcg4MfGLDPs/s1600-h/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B54.JPG"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2QnTiu0I/AAAAAAAAAIw/jcg4MfGLDPs/s320/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B54.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220505683365116738" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2I1rjkpI/AAAAAAAAAIo/b2P4vgT0SMc/s1600-h/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B53.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2I1rjkpI/AAAAAAAAAIo/b2P4vgT0SMc/s320/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B53.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220505549784978066" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2BL6chhI/AAAAAAAAAIg/EUD9Ntp8UCA/s1600-h/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B52.jpg"&gt;&lt;img style="float:right; margin:0 0 10px 10px;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2BL6chhI/AAAAAAAAAIg/EUD9Ntp8UCA/s320/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B52.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220505418314057234" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL1pTAhenI/AAAAAAAAAIY/VTPLz7AJEo8/s1600-h/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B51.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL1pTAhenI/AAAAAAAAAIY/VTPLz7AJEo8/s320/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B51.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5220505007901735538" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-5558412514709232934?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/5558412514709232934/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=5558412514709232934' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/5558412514709232934'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/5558412514709232934'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/07/2551.html' title='บายศรีสู่ขวัญรับน้องใหม่ 2551'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SHL2llSPx2I/AAAAAAAAAJI/KQ3VH0J3CVs/s72-c/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B57.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-4161259983175058885</id><published>2008-06-29T21:27:00.000-07:00</published><updated>2008-12-10T06:34:06.488-08:00</updated><title type='text'>WHY  WAI  KHU?</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SGhmB5bjfII/AAAAAAAAAIQ/yulf8_kqf6Q/s1600-h/at005.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SGhmB5bjfII/AAAAAAAAAIQ/yulf8_kqf6Q/s200/at005.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5217532351091014786" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;Ceremony starts school on a happy note&lt;/strong&gt;.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;strong&gt;Wai Khu&lt;/strong&gt; normally takes place at the start of every term, and students pay respect to their teachers for imparting their knowledge and wisdom.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  For the event, students prepare special items, like flowers and food, all of which have some special significance to the cermony. YA PHRAEK represents patience and perseverance, MAKHEUA represents respect, and KHEM symbolises a sharp and creative mind. In addition, KHAO TOK represents descipline.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;PRAY  BEFORE  PLAY&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  The Wai Khu ceremony starts when the school principal lights candles and incense stick and pays homage to the LORD BUDDHA. Students then pray together.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  Two representatives from each classroom then come forward with a decorated try to give to their teachers. The cermony is often organised on the school's sports field or in a large hall to accommodate all the students. It is usually the first big school activity for many students and is designed to promote happiness and harmny throughout the year.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Good content from Student weekly magazine&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-4161259983175058885?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/4161259983175058885/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=4161259983175058885' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/4161259983175058885'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/4161259983175058885'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/06/why-wai-khu.html' title='WHY  WAI  KHU?'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SGhmB5bjfII/AAAAAAAAAIQ/yulf8_kqf6Q/s72-c/at005.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-5327184374540155079</id><published>2008-06-25T22:16:00.000-07:00</published><updated>2008-12-10T06:34:07.226-08:00</updated><title type='text'>10 เกณฑ์ขึ้นทะเบียนมรดกโลก</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SGMtDXpsELI/AAAAAAAAAII/unvEYtW7pe4/s1600-h/pravihan.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SGMtDXpsELI/AAAAAAAAAII/unvEYtW7pe4/s200/pravihan.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5216062329336893618" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เป็นประเด็นร้อนที่ฝ่ายค้านกำลังถล่ม  คณะรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ คือการที่รัฐมนตรีฯต่างประเทศไปทำข้อตกลงยอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียน ปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลก  ผมได้เห็นบทความใน นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 25 มิ.ย.2551  เขาบอกรายละเอียดการทึ่จะขึ้นทะเบียนมรดกโลกจะต้องประกอบไปด้วย เกณฑ์ 10 ข้อดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.เป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ด้านศิปกรรม หรือตัวแทนของความงดงามชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดยิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่งในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ปฏิมากรรม สวนและภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องหรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งการพัฒนาเหล่านั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด เวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่หนึ่งพื้นที่ใดของโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากยิ่ง หรือเป็นพยานหลักฐาน แสดงขนบธรรมเนียมปรกะเพณี หรืออารยธรรมซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่หรืออาจสูญหายไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.เป็นตัวอย่างของลักษณะโดยทั่วไปของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีหรืออุตสาหกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.เป็นตัวอย่างของลักษณะอันเด่นชัด หรือของขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม วิธีการก่อสร้างหรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ที่มีความเปราะบางด้วยตัวมันเอง หรือเสื่อมสลายได้ง่าย เพราะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมที่ไม่สามารถกลับคืนดังเดิมได้ หรือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์หรือบุคคลที่มีความสำคุญหรือความโดดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.เป็นตัวอย่างเด่นชันในการเป็นตัวแทนของวิวัฒนาการสำคัญๆ ในอดีตของโลก รวมทั้งแหล่งที่เป็นตัแทนของยุคสำคัญๆ ในอดีต เช่น ยุคของสัตว์เลื้อยคลาน ยุคน้ำแข็ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.เป็นตัวอย่างเด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลง่ที่สำคัญทางธรณีวิทยา หรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ ได้แก่ (ก)ขบวนการทางธรณีวิทยา เช่นภูเขาน้ำแข็ง หรือภูเขาไฟ (ข)วิวัฒนาการทางชีววิทยา เช่น ป่าไม้เขตร้อน ทะเลทราย ที่ราบทุนดร้า (ค)ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และวิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เช่น เกษตรกรรมขั้นบันได&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9.เป็นแล่งที่เกิจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากเป็นพิเศษ เช่นการเกิดหรือลักษณะหรือแหล่งที่มีความงดงามทางธรรมชาติกว่าพื้นที่อื่นๆ เช่นระบบนิเวศที่มีลักษณะพิเศษ สภาพทางธรรมชาน (เช่น แม่น้ำ ภูเขา น้ำตก)แหล่งรวมความหน่แน่นของสัตว์ สภาพทิวทัศน์ที่มีพืชนานาชนิดเป็นองค์ประกอบ และแหล่งรวมความผสมผสานระหว่างองค์ประกอบทางธรรมชาติและวัฒนธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10.เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่หายาก หรือที่ตกอยู่ในภาวะอันตราย แต่ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมุงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความหนาแน่นของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยูเนสโก จะประเมิน"ปราสาทพระวิหาร" ว่าสมควรเป็น "มรดกโลก" หรือไม่จากเกณฑ์ข้อ 1-5&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-5327184374540155079?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/5327184374540155079/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=5327184374540155079' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/5327184374540155079'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/5327184374540155079'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/06/10.html' title='10 เกณฑ์ขึ้นทะเบียนมรดกโลก'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_85D4unVak00/SGMtDXpsELI/AAAAAAAAAII/unvEYtW7pe4/s72-c/pravihan.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8574114861944172378.post-22100687592333539</id><published>2008-06-23T01:52:00.000-07:00</published><updated>2008-06-25T22:48:51.476-07:00</updated><title type='text'>แนะนำตัวก่อน</title><content type='html'>&lt;strong&gt;ต้องขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาใหม่ทุกท่าน  &lt;/strong&gt;ที่ได้เข้ามาศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ &lt;a href="http://www.polytechnic.ac.th"&gt;วิทยาลัยโปลีเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;/a&gt;  ซึ่งวันที่เขียนบทความนี้  พวกเราได้เรียนกันมาแล้วทั้งสิ้น 4 สัปดาห์  แต่ก็ยังมีบางท่านที่เพิ่งสมัครเข้ามาใหม่และคิดว่าคงจะยังมีเพิ่มเข้ามาอีก    ก็ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รั้วโปลีเทคนิคทุกท่านครับ  ซึ่งอนาคตอันใกล้นี้คงจะเปลี่ยนชื่อเป็น &lt;strong&gt;มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยี่แห่งเอเชีย &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมาพวกเราก็ได้เลือก ประธานรุ่น รองประธานรุ่น เลขานุการ และเหรัญญิก กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  และท่านเหล่านี้คงจะมาแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ อะไรต่างๆ ให้พวกเราได้อ่านกันที่นี่ ก็รอดูกันต่อไปครับ  สำหรับการจัดทำพานไหว้ครู ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2551 นั้น คิดว่าประธานรุ่นคงจะแจ้งแผนการดำเนินการให้เราทราบในวันที่ 28-29 มิ.ย. นี้ว่าจะมีการออกเงินกันเท่าไหร่  ทำอย่างไรบ้าง  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองกันนะครับ ชาวรัฐศาสตร์ ทุกท่าน  การเมืองกำลังเข้มข้นเลยทีเดียว  ไม่รู้ใครเป็นใครบ้าง  ทุกท่านสามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นที่นี่ได้นะครับ โดย คลิกที่ท้ายบทความแต่ละบทความ จะมีคำว่า&lt;strong&gt;ความคิดเห็น &lt;/strong&gt;เมื่อคลิกเข้าไปแล้วจะมีช่องว่างให้พิมพ์ความคิดเห็นลงไป  หรือ หากจะเขียนบทความมาลงให้เพื่อนได้อ่านก็ส่งเป็น e-mail มาที่ chalieo5@gmail.com ผมก็จะนำมาลงให้ครับ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;วันนี้ก็ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการศึกษาในระดับปริญญาตรี  อย่าเพิ่งท้อนะครับ  มีอะไรก็ปรึกษากันได้  ขอบคุณครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เฉลียว  บุระมาศ  &lt;br /&gt;เหรัญญิก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8574114861944172378-22100687592333539?l=politic2008.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://politic2008.blogspot.com/feeds/22100687592333539/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8574114861944172378&amp;postID=22100687592333539' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/22100687592333539'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8574114861944172378/posts/default/22100687592333539'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://politic2008.blogspot.com/2008/06/blog-post.html' title='แนะนำตัวก่อน'/><author><name>family</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
